Rice Terrace Cafe คาเฟ่สายกรีน ระดับ zero waste 100%

Care / Self Care / Social Care

ใครกำลังมีแผนจะไปเที่ยวญี่ปุ่น เรามีร้านอาหารที่ดีต่อใจแห่งหนึ่งอยากแนะนำให้คุณรู้จักค่ะ

ร้านอาหารที่ว่ามีชื่อว่า Rice Terrace Cafe ตั้งอยู่ในพื้นที่ฟาร์ม Brown’s Field เมืองอิซูมิ จังหวัดชิบะ ห่างจากโตเกียวประมาณ 70 ก.ม. หรือขับรถราวหนึ่งชั่วโมง ซึ่งพอเกริ่นมาแค่นี้ เราคงต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่า ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวที่หลงเสน่ห์แสงสีของเมืองใหญ่ โปรดปรานอาหารฟาสต์ฟู้ด โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ คุณก็อาจไม่สนใจร้านอาหารแห่งนี้ แต่ถ้าคุณเป็นคนรักสุขภาพ สายกรีนรักษ์โลก และชื่นชอบธรรมชาติ เราเชื่อว่าคุณจะหลงรัก Rice Terrace Cafe แน่นอนค่ะ

เห็น Rice Terrace Cafe เป็นร้านอาหารบ้านๆ ที่ตั้งอยู่กลางไร่กลางสวนแบบนี้ แต่พอดูหน้าตาอาหารแต่ละเมนูแล้ว จัดได้สวยงาม หน้าตาน่ากินมากเลยค่ะ และที่ว้าวไปกว่านั้นก็คือ เมนูหน้าตาสะสวยที่ Rice Terrace Cafe ทุกจานเป็นเมนูแบบ organic vegan macrobiotics food หรืออาหารจากพืชแบบออร์แกนิกตามคอนเซ็ปต์ ‘แมคโครไบโอติกส์’ โดยทุกเมนูล้วนทำมาจากพืชผักผลไม้ที่ปลูกแบบอินทรีย์ใน Brown’s Field ซึ่งเป็นพื้นที่ฟาร์มสีเขียวของชุมชนที่ร้านแห่งนี้ตั้งอยู่ หรือพืชผลบางอย่างก็ได้มาจากจากฟาร์มใกล้เคียงที่ปลูกแบบอินทรีย์เช่นกัน เช่นเดียวกับข้าวกล้องที่ทางร้านและชุมชนเป็นผู้ปลูกเอง และก็ไม่ใช่แค่ผลิตผลทางการเกษตรแบบสดๆ ที่ได้มาจากการปลูกเองในฟาร์มแห่งนี้เท่านั้นนะคะ แต่ผักดองและเครื่องปรุงต่างๆ ที่ใช้ในแต่ละเมนู ไม่ว่าจะเป็น มิโซะ ซอสถั่วเหลือง อุเมะโบชิ (บ๊วยดองญี่ปุ่น) อามาซาเกะ (สาเกหวาน) และผักดองชนิดต่างๆ ก็ล้วนทำขึ้นในครัวเรือนแห่งนี้ทั้งนั้น 

ก่อนหน้านี้ hhc Thailand เคยนำเอาเรื่องราวของอาหารญี่ปุ่นที่จัดว่าเป็น Super Food มานำเสนอกันไปแล้ว ซึ่งซูเปอร์ฟู้ดที่ว่าก็รวมถึงมิโซะ ผักดอง และอามาซาเกะด้วย (แถมถั่วเหลืองก็ยังเป็นโปรตีนจากพืชชั้นเยี่ยม) นั่นจึงหมายความว่าอาหารแต่ละจานที่ Rice Terrace Cafe เสิร์ฟให้คุณไม่ใช่แค่อาหารปลอดภัย ปราศจากสารเคมีในกระบวนการเพาะปลูกเท่านั้น แต่ยังจัดเป็นอาหารสุขภาพที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมหาศาลอีกด้วยค่ะ

นอกจากจะเป็นร้านอาหารที่เสิร์ฟแต่อาหารดีๆ ที่มีประโยชน์กับสุขภาพของเราแล้ว การทำงานทั้งหมดของ Rice Terrace Cafe ก็ยังดีต่อสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะพวกเขาดำเนินตามหลักของ zero waste หรือ การไม่ก่อให้เกิดขยะได้อย่าง 100%

เริ่มจากการที่พวกเขาปลูกและปรุงส่วนประกอบอาหารทุกอย่างด้วยตัวเอง ก็ทำให้ไม่จำเป็นต้องซื้อหาหรือจัดส่งมาจากที่อื่น ซึ่งนั่นก็แปลว่า พวกเขาไม่ต้องพึ่งพาแพกเกจจิ้งต่างๆ นานาเลย โดยเฉพาะพลาสติกที่เป็นแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (single-use plastic) จากนั้น ในการปรุงอาหารแต่ละเมนู เชฟจะให้ความสำคัญกับการหั่นผักที่ก่อให้เกิดขยะน้อยที่สุด เช่น หั่นมะเขือม่วงจนเกือบถึงขั้วที่กินไม่ได้ และที่โดดเด่นอีกอย่างสำหรับเมนูที่ Rice Terrace Cafe ก็คือ ผักแต่ละชนิดแทบจะไม่มีการปอกเปลือก

“หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าเปลือกของผักผลไม้หลายชนิดเป็นส่วนที่กินได้” Deko Nakajima หรือ Deko-san ผู้ก่อตั้ง Brown’s Field และ Rice Terrace Cafe กล่าว “แล้วเปลือกของผักผลไม้บางชนิดก็อุดมไปด้วยสารอาหาร คนที่อาศัยอยู่ในเมืองอาจต้องปอกเปลือกทิ้งเพราะกลัวสารเคมีตกค้าง แต่ที่นี่เราปลูกทุกอย่างเอง จึงไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนั้น และฉันคิดว่านี่น่าจะเป็นการใช้ชีวิตที่ถูกต้อง”

แต่การปรุงอาหารให้กับแขกของร้านก็ยังคงมีส่วนประกอบที่ไม่ได้ใช้อยู่ดี แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันกินไม่ได้ Deko-san จึงนำเอาส่วนประกอบเหลือใช้เหล่านี้มาประกอบเป็นอาหารจานอร่อยกินกันกับทีมงานของเธอ เช่น ใบเขียวๆ ของแครอทก็ถูกนำเอามาทอดเป็นเมนูคล้ายแพนเค้ก หรือ กะหล่ำปลีส่วนที่แข็งๆ เธอก็นำเอามาทำเป็นสลัด จากนั้น หากยังเหลือเศษอาหารอยู่ เธอจะนำไปให้กับแพะที่เลี้ยงไว้ และสุดท้ายถ้ายังมีเศษอาหารที่เหลือตกค้างอีก ปลายทางของมันก็คือ บ่อหมักขยะ (composting) 

และนี่เองคือ zero waste อย่างแท้จริง เพราะไม่ก่อให้เกิดขยะใดๆ รวมทั้งขยะอาหาร (food waste) เลยแม้แต่นิดเดียว

Deko-san เริ่มต้นก่อตั้ง Brown’s Field ในปี 1999 โดยเหตุผลหลักที่ทำให้เธอโยกย้ายตัวเองและครอบครัวจากเมืองใหญ่มาอยู่ในพื้นที่ชนบทแห่งนี้ก็เพราะ เธอต้องการเลี้ยงลูก 5 คน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และในความคิดของเธอนั้น ‘อาหาร’ คือสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ที่นำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีและสุขภาพที่แข็งแรง

วิธีการกินอาหารที่เธอเลือกใช้สำหรับตัวเองและลูกๆ รวมทั้งต่อมาก็กลายเป็นหัวใจของ Rice Terrace Cafe แห่งนี้ ก็คือ ‘แมคโครไบโอติกส์’ (Macrobiotics)

ว่าแล้ว เรามารู้จักแมคโครไปโอติกส์กันสักนิดดีกว่าค่ะ

คำว่า ‘แมคโครไบโอติกส์’ มาจากภาษากรีกที่มีความหมายถึงการมีชีวิตที่ยืนยาว โดยหลักของแมคโครไบโอติกส์นั้นเน้นที่การกินอาหารที่มาจากธรรมชาติ เน้นธัญพืชไม่ขัดสี พืชผัก สาหร่าย ถั่วฝัก และข้าวไม่ขัดสี ที่สำคัญ อาหารเหล่านี้ต้องปลูกตามฤดูกาล ปลูกเองตามท้องถิ่นโดยไม่ใช้สารเคมี และผ่านกระบวนการแปรรูปให้น้อยที่สุด ส่วนผลิตภัณฑ์จากสัตว์ น้ำตาล และอาหารแปรรูปนั้นจะถูกจำกัดปริมาณการกินให้น้อยมาก หรืออาจหลีกเลี่ยงไปเลย

จริงๆ แล้วปรัชญาของแมคโครไบโอติกส์ไม่ได้มีแค่เรื่องการกินเท่านั้น แต่ยังหมายถึงความสมดุลของการใช้ชีวิตโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดูแลสุขภาพกายสุขภาพใจไปพร้อมๆ กับความสมดุลทางจิตวิญญาณ และที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ การอยู่ร่วมอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม Deko-san เองก็เชื่อเช่นนี้ โดยเธอกล่าวว่า ถ้าเราอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล นั่นแหละจึงจะเกิดความสุขสงบที่แท้จริง

และนี่เองคือสาเหตุที่ Rice Terrace Cafe ของเธอวางอยู่บนการดำเนินงานทั้งหมดที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษและขยะ ซึ่งเมื่อรวมกับอาหารจากพืชที่ดีต่อสุขภาพและปลอดภัย ก็ทำให้เกิดสมดุลแห่งชีวิตตามปรัชญาแมคโครไบโอติกส์

ใครเริ่มสนใจอยากไปเยือน Rice Terrace Cafe เพื่อกินอาหารดีๆ และเรียนรู้วิถีชีวิตแบบ zero waste ของ Deko-san บ้างแล้ว เราขอให้ข้อมูลอีกนิดนึงว่า ร้านอาหารแห่งนี้เปิดให้บริการเฉพาะมื้อกลางวันและน้ำชายามบ่าย และเปิดให้บริการเฉพาะเสาร-อาทิตย์เท่านั้น แนะนำให้อีเมลไปเช็กเวลาเปิด-ปิดที่แน่นอนกับทางร้านอีกทีที่ brownsfields@gmail.com และควรจองล่วงหน้าด้วยค่ะ 

ที่มา:
brownsfield-jp.com
3.nhk.or.jp
japantravel.navitime.com
visitchiba.jp
thaiheartfound.org

บทความที่เกี่ยวข้อง