อาการท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์ ปัญหาหนักใจที่คุณแม่หลายคนต้องเจอ
ช่วงตั้งครรภ์ เชื่อว่าคุณแม่ ๆ หลายคนคงกำลังประสบปัญหาและหาวิธีการแก้อาการท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์อยู่ แม้อาการท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์จะดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย แต่อาการหญิงตั้งครรภ์ท้องผูกก็สร้างความกังวลใจให้คุณแม่หลายคนได้ไม่น้อย เพราะอาการท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์มักจะนำมาซึ่งความรู้สึก
ไม่สบายตัวและอาจกลายเป็นปัญหาสุขภาพได้อย่างไม่คาดคิด ดังนั้นบทความนี้จะชวนคุณแม่ทำความรู้จักว่าอาการท้องผูกสาเหตุมาจากอะไร พร้อมแนะนำวิธีการแก้อาการท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์เพื่อให้คุณแม่สามารถดูแลดูตัวเองและลูกน้อยในครรภ์ได้อย่างดีที่สุดจากการรับมืออย่างถูกต้อง
อาการอะไรบ้างที่บ่งชี้ว่าคุณแม่มีอาการท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์
อาการท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์เป็นอาการที่คุณแม่ตั้งครรภ์หลาย ๆ คนต้องเผชิญ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณแม่ได้ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ หรือด้านอารมณ์
โดยรวม เพราะเมื่อหญิงตั้งครรภ์ท้องผูก ไม่สามารถขับถ่ายได้ตามปกติ จะส่งผลให้คุณแม่เกิดความรู้สึกไม่สบายตัว ไม่สามารถดำเนินกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ และนำมาซึ่งความเครียดและความวิตกกังวลได้ นอกจากนี้อาการท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์ยังไม่ใช่แค่เรื่องของการถ่ายอุจจาระเพียงอย่างเดียว แต่อาจมีอาการ
อื่น ๆ ร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็น
- การถ่ายยากหรือถ่ายไม่ออก: หญิงตั้งครรภ์ท้องผูกจะมีการขับถ่ายยาก ต้องออกแรงเบ่งมากกว่าปกติ หรือรู้สึกไม่สามารถขับถ่ายได้อย่างเต็มที่ เพราะอุจจาระแข็งและแห้งกว่าปกติ
- ท้องอืด: หญิงตั้งครรภ์ท้องผูกมักมีอาการท้องอืดร่วมด้วย เนื่องจากระบบการย่อยอาหารและลำไส้จะมีการทำงานที่ช้าลง
- ปวดท้องหรือรู้สึกไม่สบายตัว: หญิงตั้งครรภ์ท้องผูกอาจมีอาการปวดท้องหรือแน่นท้องจากการคั่งของอากาศในลำไส้ เนื่องจากการทำงานของลำไส้ไม่ดีเท่าที่ควร
- การขับถ่ายที่ไม่สมบูรณ์: หญิงตั้งครรภ์ท้องผูกมักจะรู้สึกว่าตัวเองขับถ่ายไม่หมด ขับถ่ายไม่เต็มที่ ทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายตัว
ท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์เกิดจากอะไร สาเหตุที่คุณแม่อาจไม่เคยรู้
อาการท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์ไม่ได้เป็นอาการที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มีสาเหตุหลายประการที่ทำให้หญิงตั้งครรภ์ท้องผูก ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเกี่ยวข้องกับ
การเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายของคุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์ เพราะในช่วงของการตั้งครรภ์ร่างกายของคุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงหลายด้านเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเจริญเติบโตของทารก ระบบต่าง ๆ จึงต้องทำงานแตกต่างจากปกติ โดยสาเหตุที่อาจทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์เกิดอาการคนท้องผูกมีดังนี้
การเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน
ขณะตั้งครรภ์ ร่างกายของคุณแม่จะมีการผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) มากกว่าปกติ ซึ่งส่งผลอย่างมากต่อการทำงานของกล้ามเนื้อลำไส้ให้มีการเคลื่อนตัวช้าลง ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายของคุณแม่ตั้งครรภ์จึงทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จึงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์บ่อย ๆ
การขยายตัวของมดลูก
ทารกในครรภ์ของคุณแม่ที่มีการเจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้เกิดขยายตัวของมดลูก ซึ่งส่งผลให้เกิดการทับอวัยวะต่าง ๆ โดยเฉพาะลำไส้ใหญ่และทวารหนัก คุณแม่เลยมีอาการท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์เนื่องจากแรงดันที่ถูกกดทับจากการขยายตัวของมดลูก
การเปลี่ยนแปลงของการไหลเวียนของเลือด
ในช่วงการตั้งครรภ์ ร่างกายของคุณแม่จะมีการไหลเวียนเลือดเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพื่อให้สามารถส่งสารอาหารและออกซิเจนไปยังลูกน้อยได้อย่างเพียงพอ ซึ่งอาจทำให้หลอดเลือดบริเวณรอบทวารหนักขยายตัวและเกิดการโป่งพองได้ สาเหตุนี้ทำให้คุณแม่เกิดอาการถ่ายไม่สะดวกและอาจนำไปสู่ปัญหาหญิงตั้งครรภ์ท้องผูก
การใช้ยาบางชนิด
การใช้ยาบางชนิดตามคำแนะนำของแพทย์เฉพาะทางในระหว่างตั้งครรภ์ เช่น ยาเสริมธาตุเหล็กที่ช่วยป้องกันภาวะโลหิตจาง อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่นำไปสู่ปัญหาหญิงตั้งครรภ์ท้องผูกได้เช่นกัน
อาการท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์ส่งผลกระทบอันตรายต่อลูกในครรภ์ไหม
อาการท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของคุณแม่และทารกในครรภ์ แต่หากอาการท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์เกิดร่วมกับอาการผิดปกติอื่น ๆ เช่น ปวดท้อง ท้องผูกสลับท้องเสีย หรือถ่ายเป็นมูกเลือด อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ควรตรวจสอบโดยแพทย์ทันที นอกจากนี้อาการท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์ยังสามารถทำให้คุณแม่รู้สึกอึดอัดและส่งผลต่อสุขภาพจิตได้ อีกทั้งอาจนำไปสู่ภาวะริดสีดวงทวาร ทำให้รู้สึกเจ็บและมีเลือดออก
ทางทวารหนัก แต่โดยทั่วไปแล้ว ริดสีดวงทวารจากอาการท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์มักจะดีขึ้นและหายได้เองหลังคลอดบุตร
วิธีการแก้อาการท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์เพื่อสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น
ในช่วงของการตั้งครรภ์ คุณแม่ควรหมั่นสังเกตการขับถ่ายของตัวเองเป็นประจำ หากมีอาการท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์ ไม่ควรปล่อยปละละเลยให้อาการเกิดขึ้นเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากจะทำให้อุจจาระแข็งกว่าเดิมและกลายเป็นปัญหาที่รุนแรงมากขึ้น ซึ่งโดยปกติคุณแม่ควรขับถ่ายอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์เพื่อป้องกันปัญหาด้านสุขภาพที่อาจตามมา ทั้งนี้อาการท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์สามารถบรรเทาได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้การขับถ่ายของคุณแม่เป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น โดยวิธีแก้ท้องผูกด้วยวิธีธรรมชาติที่คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถทำได้มีดังนี้
- รับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง: คุณแม่ควรรับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ฝรั่ง ลูกพรุน หรืออัลมอนด์ เพราะไฟเบอร์จากอาหารเหล่านี้จะช่วยให้ลำไส้เคลื่อนไหวได้ดีและลดอาการท้องผูกได้
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ: คุณแม่ควรดื่มน้ำประมาณ 10-12 แก้วต่อวัน เพราะน้ำช่วยให้ล้ำไส้ไม่แห้ง ทำให้ไฟเบอร์ทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้น ทั้งยังทำให้ร่างกายมีความชุ่มชื่นและเพิ่มการไหลเวียนเลือดได้ดี
- ออกกำลังกายเบา ๆ: การออกกำลังช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่ายได้ ดังนั้นคุณแม่ควร
ออกกำลังกายเบา ๆ เช่น เดิน ว่ายน้ำ หรือเล่นโยคะอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 20-30 นาที - เพิ่มโพรไบโอติกส์ (Probiotics): โพรไบโอติกส์เป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในการปรับสมดุลลำไส้ ซึ่งส่งผลดีต่อระบบขับถ่าย โดยคุณแม่สามารถรับโพรไบโอติกส์ได้จากการทานอาหารประเภทโยเกิร์ต
- ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการใช้ยาเสริมธาตุเหล็ก: การทานธาตุเหล็กเป็นสิ่งที่คุณแม่ต้องพบเจอ แต่อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงคืออาการท้องผูกได้ คุณแม่จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับปริมาณการทาน
หญิงตั้งครรภ์ท้องผูกแก้วิธีธรรมชาติไม่หาย ต้องดูแลรักษายังไง
หากอาการท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์ยังไม่ดีขึ้นและแย่ลง แม้จะลองใช้วิธีธรรมชาติแล้ว คุณแม่ควรเข้าพบแพทย์เพื่อปรึกษาและหาทางรักษาที่เหมาะสม โดยแพทย์อาจพิจารณาให้คุณแม่ใช้ยาระบายที่มีฤทธิ์เพิ่มปริมาณไฟเบอร์หรือทำให้อุจจาระนิ่ม เพื่อช่วยบรรเทาอาการท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์และทำให้การขับถ่ายง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม การใช้ยาทุกชนิดควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อความปลอดภัยทั้งต่อคุณแม่และทารกในครรภ์
เช็กลิสต์อาหารที่ดีต่อคุณแม่ที่มีอาการท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์
สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ประสบปัญหาอาการท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์ การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมถือเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะทุกสิ่งที่คุณแม่ทานเข้าไป
จะส่งผลต่อร่างกายของคุณแม่และทารกในครรภ์ ดังนั้นการเลือกทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูงจึงเป็นทางเลือกที่ดี ทั้งยังปลอดภัยและช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น อาหารที่มีไฟเบอร์หรือเส้นใยอาหารสูงจะช่วยบรรเทาอาการท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งตัวเลือกอาหารที่เหมาะสมสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ได้แก่
ผลไม้ที่ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก
ผลไม้เป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์และสารอาหารมากมายที่ช่วยกระตุ้นการขับโดย นอกจากนี้การรับประทานผลไม้ยังช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ร่างกายและไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของทารกในครรภ์ด้วย
- มะละกอสุก มีเอนไซม์พาเปน (Papain) ที่มีสรรพคุณช่วยย่อยอาหารและกระตุ้นการขับถ่าย ทำให้ลดอาการท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์ได้อย่างยอดเยี่ยม
- ส้ม เช่น ส้มเขียวหวาน หรือส้มโอ เป็นผลไม้ที่มีไฟเบอร์และวิตามินที่ช่วยในการย่อยอาหาร รวมถึงเพิ่มความชุ่มชื่นให้ร่างกาย ทำให้ระบบการขับถ่ายทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ลูกพรุน เป็นแหล่งของกากใยที่ดี ทั้งยังมีวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ช่วยในการขับถ่าย เช่น วิตามิน A เบต้าแคโรทีน และแคลเซียม ทำให้สามารถกระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่ได้ดี
- สับปะรด เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์และวิตามินซีที่ช่วยในการย่อยอาหารและกระตุ้นการขับถ่าย ทั้งยังมีกรดโฟลิกที่ดีต่อพัฒนาทารกในครรภ์
ผักที่ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก
อีกหนึ่งอาหารที่หญิงตั้งครรภ์ท้องผูกสามารถเลือกทานได้ง่าย ๆ คือผักชนิดต่าง ๆ เพราะผักเป็นแหล่งของไฟเบอร์ที่ดี ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญในการกระตุ้นการขับถ่ายและส่งเสริมการทำงานของระบบย่อยอาหาร
- แครอท เป็นผักที่มีไฟเบอร์และมีวิตามิน A สูง จึงมีสรรพคุณช่วยย่อยอาหารและบำรุงสายตา ทำให้ระบบลำไส้ของคุณแม่ทำงานได้ดีขึ้น
- ถั่วฝักยาว เป็นแหล่งของไฟเบอร์ที่ดีต่อระบบขับถ่าย ทั้งยังมีโปรตีนที่ช่วยเสริมสร้างร่างกายสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
- บรอกโคลี เป็นแหล่งที่มีสารต้านอนุมูลอิสระและไฟเบอร์สูง ทำให้สามารถกระตุ้นระบบขับถ่ายและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันได้ดี
- หน่อไม้ฝรั่ง เป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์และสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดอาการท้องผูก กระตุ้นระบบย่อยอาหาร และทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี
ถั่วเมล็ดแห้งและธัญพืช
ถั่วและธัญพืชเป็นแหล่งของโปรตีนและไฟเบอร์ที่สำคัญต่อระบบขับถ่ายในหญิงตั้งครรภ์ท้องผูก ซึ่งสามารถนำมารับประทานได้ในหลากหลายรูปแบบ เช่น การนำไปประกอบอาหาร หรือการนำไปทานคู่กับอาหารประเภทอื่น ๆ เพื่อทำให้การขับถ่ายเป็นไปอย่างราบรื่น
- ถั่วเหลือง เป็นแหล่งโปรตีนและไฟเบอร์ที่ดี ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่ายให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
- ถั่วแดง มีไฟเบอร์และแร่ธาตุต่าง ๆ มากมายที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของลำไส้ ช่วยลดอาการท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์ได้ดี
- ถั่วลันเตา มีไฟเบอร์สูง ทั้งยังสามารถนำไปประกอบอาหารได้อย่างหลากหลาย ส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี
ข้าวและแป้งไม่ขัดสี
ข้าวนับเป็นแหล่งคาร์โบฮาไฮเดรตหลักของคนไทย การรับประทานอาหารหลาย ๆ มื้อจึงต้องมีข้าวเป็นอาหารมื้อหลัก ดังนั้นสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่กำลังประสบปัญหาอาการท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์สามารถเลือดทานข้าวหรือแป้งไม่ขัดสีทดแทนได้ เพราะเป็นแหล่งไฟเบอร์จากธรรมชาติที่ดี ทั้งยังไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงเกินไป เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการบริโภคในช่วงตั้งครรภ์
- ข้าวกล้อง มีไฟเบอร์สูง ทั้งยังมีสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น วิตามิน B และแร่ธาตุอื่น ๆ ที่สำคัญต่อร่างกาย
- ข้าวโอ๊ต มีสารอาหารที่ช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจและมีไฟเบอร์สูง นอกจากนี้การทานข้าวโอ๊ตเป็นประจำยังช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น
- ขนมปังโฮลวีต เป็นแหล่งของไฟเบอร์ที่สูงมาก ทั้งยังสามารถหาซื้อได้ง่าย ส่งผลให้การทำงานของลำไส้คุณแม่ทำงานได้ดี
อาการท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากการเปลี่ยนทางด้านร่างกายและฮอร์โมนของคุณแม่ ซึ่งวิธีการแก้อาการท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์สามารถเริ่มได้ง่าย ๆ เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันและการเลือกรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง ตลอดถึงการดื่มน้ำอย่างเพียงพอ แต่หากวิธีการบรรเทาอาการท้องผูกในหญิงตั้งครรภ์เหล่านี้ไม่เป็นผลหรือมีอาการแย่ลง คุณแม่ควรรีบเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างถูกต้องเพื่อให้อาการหญิงตั้งครรภ์ท้องผูกดีขึ้น ตลอดถึงมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว