“Crystal Culprits” ชีวิตกับโรคเก๊าต์”

Bone & Muscle / Health

เมื่อสมชายเล่าให้เพื่อนร่วมงานฟังว่าเขาเป็นโรคเก๊าต์ คำตอบแรกที่ได้รับคือรอยยิ้มและคำพูดที่ว่า “แกคงกินเหล้ากับเนื้อสัตว์เยอะเกินไปสินะ” แต่ความจริงแล้ว สมชายเป็นคนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์เลย และรับประทานอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าต์ที่เหมาะสมมาตลอด

“มันเจ็บปวดมากพอแล้ว แต่สิ่งที่เจ็บกว่านั้นคือการที่คนรอบข้างมองว่าเป็นความผิดของเราเอง เหมือนเราทำตัวเองให้ป่วย”

นี่คือหนึ่งในความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคเก๊าต์ที่ผู้ป่วยต้องเผชิญ การมองว่าโรคนี้เกิดจากการกินอาหารหรูหรา ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป และขาดการออกกำลังกาย แม้ว่าปัจจัยเหล่านี้อาจมีส่วนในบางกรณี แต่ความจริงแล้ว พันธุกรรมมีบทบาทสำคัญในการเกิดโรคเก๊าต์ หลายคนมีระดับกรดยูริกในเลือดสูงโดยธรรมชาติเนื่องจากร่างกายขับกรดยูริกออกไม่มีประสิทธิภาพ

เมื่อสมชายเล่าให้เพื่อนร่วมงานฟังว่าเขาเป็นโรคเก๊าต์ คำตอบแรกที่ได้รับคือรอยยิ้มและคำพูดที่ว่า “แกคงกินเหล้ากับเนื้อสัตว์เยอะเกินไปสินะ” แต่ความจริงแล้ว สมชายเป็นคนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์เลย และรับประทานอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าต์ที่เหมาะสมมาตลอด

“มันเจ็บปวดมากพอแล้ว แต่สิ่งที่เจ็บกว่านั้นคือการที่คนรอบข้างมองว่าเป็นความผิดของเราเอง เหมือนเราทำตัวเองให้ป่วย”

นี่คือหนึ่งในความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคเก๊าต์ที่ผู้ป่วยต้องเผชิญ การมองว่าโรคนี้เกิดจากการกินอาหารหรูหรา ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป และขาดการออกกำลังกาย แม้ว่าปัจจัยเหล่านี้อาจมีส่วนในบางกรณี แต่ความจริงแล้ว พันธุกรรมมีบทบาทสำคัญในการเกิดโรคเก๊าต์ หลายคนมีระดับกรดยูริกในเลือดสูงโดยธรรมชาติเนื่องจากร่างกายขับกรดยูริกออกไม่มีประสิทธิภาพ

ศราวุธ อายุ 38 ปี พนักงานบริษัทเอกชน เล่าว่าเขาต้องลางานบ่อยครั้งเมื่อมีอาการโรคเก๊าต์กำเริบ แต่เพื่อนร่วมงานและหัวหน้ามักไม่เข้าใจว่าทำไมโรคเก๊าต์ถึงทำให้เขาทำงานไม่ได้

โรคเก๊าต์มันมองไม่เห็นจากภายนอก เวลาหายดีแล้วผมเดินปกติ ทำงานได้เหมือนคนอื่น แต่เมื่อมีอาการกำเริบ บางครั้งผมแทบลุกจากเตียงไม่ได้ แต่คนอื่นมักคิดว่าผมแกล้งป่วย”

นี่เป็นอีกหนึ่งความท้าทายของผู้ป่วยโรคเก๊าต์ โรคนี้มีลักษณะเป็นช่วงๆ มีอาการกำเริบรุนแรงสลับกับช่วงที่อาการสงบ ทำให้คนรอบข้างอาจไม่เข้าใจความรุนแรงของโรค

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคข้อท่านหนึ่งอธิบายว่า “โรคเก๊าต์เป็นโรคที่มีความเจ็บปวดรุนแรงที่สุดชนิดหนึ่ง ผู้ป่วยบางรายเปรียบเทียบว่าเจ็บกว่าการคลอดบุตรหรือไส้ติ่งแตก ดังนั้นการที่ผู้ป่วยโรคเก๊าต์ไม่สามารถทำงานได้ในช่วงที่มีอาการกำเริบจึงเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่การแกล้ง”

อาหารเป็นประเด็นสำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าต์ บางคนต้องเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าต์อย่างสิ้นเชิง อาทิตย์ วัย 52 ปี เล่าว่า เขาต้องเลิกทานอาหารโปรดหลายอย่าง และหลีกเลี่ยงการเข้าสังคมที่มีการกินเลี้ยง

“เวลามีงานเลี้ยงที่ทำงาน ผมกังวลมาก บางครั้งก็ต้องปฏิเสธไปเลย เพราะกลัวว่าจะควบคุมอาหารไม่ได้ แล้วต้องมาทรมานทีหลัง”

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคข้อและรูมาติซั่มท่านหนึ่งกล่าวว่า “อาหารที่มีพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ อาหารทะเลบางชนิด และเบียร์ สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการโรคเก๊าต์กำเริบได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยโรคเก๊าต์ไม่จำเป็นต้องงดอาหารที่ชอบทั้งหมด แต่ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม และมียาที่ช่วยลดกรดยูริกและป้องกันโรคเก๊าต์กำเริบ”

หลังจากใช้ชีวิตกับโรคเก๊าต์มา 10 ปี ปัจจุบันสมชายสามารถจัดการกับโรคได้ดีขึ้น เขาทานยาอย่างสม่ำเสมอ ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต และที่สำคัญคือการเรียนรู้ที่จะฟังสัญญาณจากร่างกาย

“ทุกวันนี้ผมรู้แล้วว่าอะไรกระตุ้นให้ผมมีอาการโรคเก๊าต์ ผมรู้จักสังเกตสัญญาณเตือนก่อนที่จะมีอาการรุนแรง และรู้วิธีการจัดการเมื่อเริ่มมีอาการ”

สมชายยังได้เข้าร่วมกลุ่มผู้ป่วยโรคเก๊าต์ออนไลน์ ซึ่งเป็นพื้นที่ให้ผู้ป่วยได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และให้กำลังใจกัน

“การได้พูดคุยกับคนที่เข้าใจว่าเรากำลังเผชิญอะไรอยู่ช่วยได้มาก เราไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป และได้เรียนรู้เทคนิคการจัดการกับโรคเก๊าต์จากประสบการณ์ของคนอื่น”นไลน์ ซึ่งเป็นพื้นที่ให้ผู้ป่วยได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และให้กำลังใจกัน

“การได้พูดคุยกับคนที่เข้าใจว่าเรากำลังเผชิญอะไรอยู่ช่วยได้มาก เราไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป และได้เรียนรู้เทคนิคการจัดการกับโรคจากประสบการณ์ของคนอื่น”

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์โรคข้อและรูมาติซั่มอีกท่านกล่าวว่า “โรคเก๊าต์ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะข้อต่อเท่านั้น แต่เป็นโรคที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต สภาพจิตใจ การทำงาน และความสัมพันธ์ทางสังคม นอกจากนี้ โรคเก๊าต์ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไต โรคหัวใจ และโรคเมตาบอลิกอื่นๆ ด้วย”

การมองโรคเก๊าต์ในภาพรวมและการรักษาอย่างครอบคลุมจึงมีความสำคัญ ไม่ใช่เพียงการรักษาอาการปวดเฉพาะที่เกิดขึ้น แต่รวมถึงการดูแลระดับกรดยูริกในเลือดอย่างสม่ำเสมอ การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต และการดูแลสุขภาพทั้งกายและใจ

ในวันนี้ สมชายกลายเป็นผู้ให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วยรายใหม่ในกลุ่มออนไลน์ เขาพยายามช่วยให้ผู้อื่นเข้าใจว่าโรคเก๊าต์ไม่ใช่จุดจบของชีวิต

“โรคเก๊าต์เป็นส่วนหนึ่งของผม แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ผมยังมีครอบครัว งาน งานอดิเรก และความฝัน เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน ไม่ใช่ให้มันมาควบคุมชีวิตเรา”

สมชายมีความเข้าใจในโรคมากขึ้น เขารู้วิธีจัดการเมื่อมีอาการกำเริบ และที่สำคัญเขาได้เรียนรู้ที่จะสื่อสารกับคนรอบข้างเกี่ยวกับโรคนี้ ทำให้เพื่อนร่วมงานและครอบครัวเข้าใจและให้การสนับสนุนเขามากขึ้น

“บางคนอาจมองโรคเก๊าต์เป็นโรคของคนกินดีอยู่ดี แต่นั่นเป็นความเข้าใจผิด ผมอยากให้ทุกคนรู้ว่า มันเป็นโรคจริงๆ ที่ทำให้เจ็บปวดและส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน แต่ในขณะเดียวกัน ด้วยการดูแลที่เหมาะสม เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข”

ตารางสรุปเกี่ยวกับโรคเก๊าต์

สาเหตุของโรคเก๊าต์อาการสำคัญวิธีการลดความเสี่ยง
• ระดับกรดยูริกในเลือดสูง• ข้ออักเสบเฉียบพลัน โดยเฉพาะที่นิ้วโป้งเท้า• ดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อยวันละ 2-3 ลิตร
• พันธุกรรม (ร่างกายขับกรดยูริกออกไม่มีประสิทธิภาพ)• อาการปวด บวม แดง ร้อน ที่ข้อ• จำกัดอาหารที่มีพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์
• การรับประทานอาหารที่มีพิวรีนสูง• ข้อต่ออักเสบอย่างรุนแรงจนขยับไม่ได้• ลดการดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์
• การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป• มักเกิดอาการตอนกลางคืนหรือเช้าตรู่• คุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
• โรคอ้วน• เกิดก้อน tophi (ก้อนผลึกกรดยูริก) ตามผิวหนัง• ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
• โรคไต• โรคข้อเสื่อมหากไม่ได้รับการรักษา• พบแพทย์เพื่อตรวจระดับกรดยูริกเป็นประจำ
• ความดันโลหิตสูง• นิ่วในไต• รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ
• ภาวะเมตาบอลิกซินโดรม• อาการเกิดเป็นช่วงๆ มีระยะสงบสลับกับกำเริบ• หลีกเลี่ยงยาบางชนิดที่เพิ่มระดับกรดยูริก

สุดท้ายแล้ว เรื่องราวของผู้ป่วยโรคเก๊าต์ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของความเจ็บปวดทางร่างกาย แต่ยังเป็นเรื่องของการต่อสู้กับความเข้าใจผิดในสังคม การปรับตัวกับข้อจำกัดใหม่ๆ และการค้นพบพลังในตัวเองที่จะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างมีคุณภาพ แม้จะมี “ผลึกร้าย” ที่แอบซ่อนอยู่ในร่างกายก็ตาม

อ้างอิง

  1. สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย. (2023). แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคเก๊าต์. กรุงเทพฯ: สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย.
  2. กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. (2024). คู่มือการดูแลตนเองสำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าต์. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข.
  3. ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์. (2023). การจัดการความเจ็บปวดในผู้ป่วยโรคข้ออักเสบเก๊าต์. กรุงเทพฯ: โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์.
  4. American College of Rheumatology. (2024). 2024 Guideline for the Management of Gout. Arthritis Care & Research, 72(6), 744–760.
  5. World Health Organization. (2023). Global report on the impact of rheumatic diseases. Geneva: WHO Press.

บทความที่เกี่ยวข้อง