มหัศจรรย์เสียง Purr เยียวยาทาสแมวได้หลากหลาย!

Care / Self Care

 มีคนบอกว่าช่วงโควิดระบาดที่ต้องเก็บตัวอยู่กับบ้านอย่างนี้ การดูแลตัวเองโดยมีสิ่งที่ควรมีติดไว้ข้างกายไม่ให้ห่างคือ หน้ากากอนามัย สบู่/เจลล้างมือ อาหารการกิน และ… แมว

การมีเจ้าตัวเล็กขี้อ้อนพวกนี้อยู่ในบ้านทำให้เราหายเหงาและอารมณ์ดีกับความซุกซนไร้เดียงสาได้ แต่บรรดาทาสแมวจะรู้ไหมว่า เสียงครางอย่างมีความสุขของแมว (purr) ที่ดังครืดๆ ออกมาเวลาที่เราเกาคางแมวหรือเวลาแมวเอาตัวมาซุกเบียดอยู่ใกล้เรานั้น มีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งกายและใจของเราหลายต่อหลายอย่าง

ครืดๆ คร่อกๆ ให้เจ้านายหายเครียด

คนที่เลี้ยงหมาและแมวจะรู้ดีว่า ไม่ว่าจะผ่านวันอันหนักหน่วงเหนื่อยล้ามาแค่ไหน แต่พอกลับถึงบ้านเจอเจ้าขนฟูปุ๊บ ความทุกข์ทั้งหลายก็มลายหายไปในทันที ยิ่งถ้าแมวของคุณมานอนอยู่บนตักแล้ว purr คร่อกๆ ออกมาแล้วล่ะก็ คุณจะรู้สึกผ่อนคลายหายเหนื่อยยิ่งกว่าเดิม

นักวิทยาศาสตร์มีคำอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า เมื่อแมว purr ร่างกายของมันจะหลั่งสารเอ็นโดรฟินออกมา เช่นเดียวกับร่างกายของมนุษย์ที่จะหลั่งสารแห่งความสุขนี้ออกมาเมื่อได้ยินเสียง purr ของแมว นอกจากนั้น งานวิจัยด้านเสียงยังบ่งชี้อีกว่า เสียง purr ของแมวที่มีค่าความถี่อยู่ที่ 20-140 เฮิรตซ์ จะช่วยฟื้นฟูสุขภาพทางจิตใจ ลดความเครียดและอาการเหนื่อยล้า รวมทั้งทำให้เจ้าของนอนหลับสนิทอย่างมีความสุขอีกด้วย ถึงขนาดว่ามีคนเอาเสียงแมว purr ไปใช้เปิดตอนนอนเลยทีเดียว

ฟังแมว Purr แล้วหายใจโล่ง 

เป็น fake news ที่ไม่น่าให้อภัยเป็นอย่างมาก กับการที่มีคนเคยเผยแพร่ข้อมูลผิดๆ ออกมาว่า ขนแมวจะเข้าสู่ปอดของมนุษย์และเป็นต้นตอของโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เพราะในความเป็นจริง นอกจากขนหมาขนแมวจะเข้าปอดเราไม่ได้แล้ว เสียง purr ของแมวจะยิ่งทำให้ระบบทางเดินหายใจของเราทำงานได้ดีขึ้นด้วย

มีการตั้งข้อสังเกตว่าแมวที่มีปัญหาด้านการหายใจหรือโรคหอบหืด จะมีอาการที่ดีขึ้นเมื่อมัน purr แถมปัญหาเรื่องหายใจลำบากในแมวก็มีเปอร์เซ็นต์ที่เชื่อมโยงไปถึงโรคทางหัวใจในอัตราที่น้อยกว่าการเชื่อมโยงของสองอาการนี้ในสุนัขและคน 

นอกจากเสียง purr ของเจ้าเหมียวจะช่วยเยียวยาโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจในตัวมันเองแล้ว มันยังเผื่อแผ่พลังแห่งการเยียวยาอันน่ามหัศจรรย์มายังคนที่อยู่ใกล้ชิดมันด้วย จากงานวิจัย “Cat ownership and the Risk of Fatal Cardiovascular Diseases” โดย The National Center for Biotechnology Information (NCBI) ที่ได้รับการรับรองและสนับสนุนทุนโดยรัฐบาลแห่งสหรัฐอเมริกา พบว่าเสียง purr ของแมวช่วยให้คนที่อยู่ใกล้ชิดมันมีระบบทางเดินหายใจที่ดีขึ้น แถมยังลดโอกาสเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองถึง 40%

มหัศจรรย์ของเสียง purr ช่วยเยียวยาบาดแผล 

แมวเป็นสัตว์ที่สามารถฟื้นตัวจากอาการกระดูกหักได้อย่างรวดเร็ว แถมยังมีโอกาสป่วยเป็นโรคที่เกี่ยวกับข้อต่อและมะเร็งกระดูกในอัตราที่ต่ำอีกด้วย นักวิจัยทางด้านเสียงเชื่อว่า สาเหตุนั้นมาจากเสียง purr อันมหัศจรรย์ของเจ้าเหมียวอีกเช่นกัน 

เสียง purr ของแมวที่มีค่าความถี่อยู่ที่ 25-140 เฮิรตซ์ จะสามารถช่วยเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก เยียวยาบาดแผลภายนอก รวมถึงอาการบาดเจ็บทางข้อต่อและเส้นเอ็น ซึ่งก็ไม่ใช่แค่การเยียวยาในตัวแมวเองเท่านั้น แต่นักวิทยาศาสตร์ สัตวแพทย์ และผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของแมวหลายราย อย่างที่ปรากฏในบทความ ‘The complicated truth about a cat’s purr’ ของสำนักข่าว BBC และบทความที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร National Geographic ตั้งแต่ปี 2009 ยังเชื่ออีกว่า เสียง purr ของแมวยังช่วยให้บาดแผลรอยขีดข่วนของเจ้าของของพวกมันสมานตัวได้เร็วขึ้นและป้องกันการติดเชื้อ

ทั้งน่ารักขี้อ้อน แถมยังมีพลังวิเศษแห่งการเยียวยามนุษย์สมกับเป็นหนึ่งในเทพเจ้าของอียิปต์อย่างนี้ ใครกำลังอยากได้แมวมาเป็นเพื่อนตอนนี้ ต้องรีบแล้วล่ะ อย่างไรก็ดี ก่อนจะรับแมวหรือหมามาเลี้ยง อย่าลืมเช็คความพร้อมของตัวคุณเองให้แน่ใจว่าพร้อมจะรับผิดชอบชีวิตน้อยๆ ไปตลอด และถ้าให้ดี เราแนะนำให้คุณอุปการะแมวจรหรือแมวจากสถานพักพิง เพราะจะเป็นการช่วยให้พวกเหมียวที่น่าสงสารมีบ้านที่อบอุ่น และแน่นอนว่า พวกเขาจะตอบแทนคุณด้วยมหัศจรรย์พลังจากเสียง purrrrrrr

ที่มา:
theanimaldoctors.org
purrfectpost.com
bbc.com

บทความที่เกี่ยวข้อง