Robot Caregiver: หุ่นยนต์ผู้ช่วยดูแลผู้ป่วยติดเตียง

Care / Eco Tech

เทคโนโลยีใหม่ที่กำลังเปลี่ยนโลกของการดูแลผู้สูงอายุ


โลกของเรากำลังเผชิญกับปัญหาสำคัญที่หลายประเทศต้องเตรียมรับมือ นั่นคือ “สังคมผู้สูงอายุ” ข้อมูลจากสำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐอมริการะบุว่า ประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นจาก 12.4% ในปี 2004 เป็น 18% ในปี 2024 และคาดการณ์ว่าภายในปี 2034 จำนวนผู้สูงอายุจะมากกว่าเด็กเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยผู้สูงอายุจะคิดเป็น 23.4% ของประชากร

สิ่งที่น่ากังวลมากยิ่งขึ้นคือ การขาดแคลนผู้ดูแลอย่างรุนแรง องค์การอนามัยโลกระบุว่าจำนวนผู้สูงอายุทั่วโลกจะเพิ่มเป็น 1.4 พันล้านคนภายในปี 2030

ในสหรัฐอมริกาเพียงประเทศเดียว มีประชาชนกว่า 53 ล้านคนที่ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน คิดเป็นหนึ่งในห้าของประชากรทั้งหมด ผู้ดูแลเหล่านี้ใช้เวลาเฉลี่ย 3.6 ชั่วโมงต่อวันในการดูแลผู้สูงอายุ และ 67% ของพวกเขาพบว่าการสมดุลระหว่างงานและการดูแลนั้นยากลำบาก ส่งผลให้ 27% ต้องลดชั่วโมงการทำงาน

ในรัฐเมนของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงที่สุดในประเทศ มีชั่วโมงการดูแลส่วนบุคคลที่ไม่มีพนักงานถึง 11,000 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และมีผู้ป่วยอย่างน้อย 100 รายต่อสัปดาห์ที่ไม่สามารถจำหน่ายออกจากโรงพยาบาลได้เพราะขาดผู้ดูแลหลังการรักษา

เพื่อแก้ไขปัญหานี้ นักวิจัยและบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกจึงหันมาพัฒนา “หุ่นยนต์ผู้ช่วยดูแล” หรือ Robot Caregiver ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล


หุ่นยนต์ผู้ช่วยดูแล (Robot Caregiver) คือเทคโนโลยีหุ่นยนต์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเหลือในการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หุ่นยนต์เหล่านี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อทำงานแทนมนุษย์ทั้งหมด แต่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยที่ลดภาระทางกายและจิตใจของผู้ดูแล

หุ่นยนต์เหล่านี้แตกต่างจากหุ่นยนต์อุตสาหกรรมทั่วไป เพราะถูกออกแบบมาให้โต้ตอบกับมนุษย์อย่างอ่อนโยน มีเซ็นเซอร์ตรวจจับความปลอดภัย และมีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ช่วยให้เข้าใจความต้องการของผู้ใช้งาน


หุ่นยนต์ผู้ช่วยดูแลสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามหน้าที่การทำงาน:

1. หุ่นยนต์ให้ความเป็นเพื่อน (Social Companion Robots)

PARO เป็นหุ่นยนต์รูปแมวน้ำที่พัฒนาขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม สามารถตอบสนองต่อการสัมผัสและเสียง การศึกษาพบว่า PARO ช่วยลดอาการกระวนกระวาย เพิ่มอารมณ์ที่ดี และส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมของผู้ป่วย โดยทำงานคล้ายสัตว์บำบัดแต่ไม่ต้องดูแลรักษาเหมือนสัตว์เลี้ยงจริง

ในสวีเดน มีการใช้หุ่นยนต์แมวและสุนัขในสถานดูแลผู้สูงอายุมากกว่า 52% ของเทศบาล การศึกษาจากมหาวิทยาลัย Linköping พบว่าผู้สูงอายุที่เคยไม่พูดจาเริ่มมีปฏิสัมพันธ์อีกครั้งเมื่อได้รับหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง

ElliQ เป็นหุ่นยนต์ตั้งโต๊ะที่พัฒนาโดย Intuition Robotics สามารถสนทนา เตือนกินยา และใช้ AI สำหรับการพูดคุยอย่างเป็นธรรมชาติ ในโปรแกรมนำร่องของรัฐนิวยอร์ก ผู้สูงอายุ 800 คนที่ใช้ ElliQ รายงานว่ามีความรู้สึกโดดเดี่ยวลดลง 95%

Buddy จากฝรั่งเศส เป็นหุ่นยนต์เคลื่อนที่ได้ที่ช่วยผู้สูงอายุติดต่อกับครอบครัวผ่านวิดีโอคอล พร้อมทั้งให้คำเตือนและข้อมูลต่างๆ

2. หุ่นยนต์ช่วยยกและเคลื่อนย้ายผู้ป่วย (Transfer and Lifting Robots)

RIBA (Robot for Interactive Body Assistance) พัฒนาโดยญี่ปุ่น เป็นหุ่นยนต์ที่มีแขนคล้ายมนุษย์และสามารถยกผู้ป่วยจากเตียงไปยังรถเข็นและกลับได้ หุ่นยนต์นี้ออกแบบมาเพื่อทำงานร่วมกับผู้ดูแล โดยผู้ดูแลสามารถสั่งงานผ่านเซ็นเซอร์สัมผัสได้อย่างง่าย ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บจากการยกผู้ป่วยซ้ำๆ ซึ่งเป็นปัญหาหลักในการพยาบาล

E-BAR (Elderly Bodily Assistance Robot) จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) เป็นหุ่นยนต์ที่ทำงานเหมือนราวจับเคลื่อนที่ได้ ติดตามผู้ใช้จากด้านหลังและให้การพยุงน้ำหนักตัวขณะเดินหรือลุกนั่ง สามารถรับน้ำหนักคนได้เต็มที่และมีถุงลมนิรภัยป้องกันการล้ม ฐานของหุ่นยนต์หนัก 220 ปอนด์ ออกแบบมาเพื่อไม่ให้ล้มหรือลื่นขณะรับน้ำหนัก

Solar 175 จาก Winncare Group เป็นเครื่องยกช่วยเหลือผู้ป่วยแบบเคลื่อนที่ด้วยไฟฟ้า ออกแบบมาให้ง่ายต่อการใช้งานโดยสมาชิกในครอบครัว

3. หุ่นยนต์ช่วยเปลี่ยนท่านอน (Repositioning Robots)

JI-NB 1000 จากเกาหลีใต้ เป็นหุ่นยนต์ที่ติดตั้งอยู่ในเตียง สามารถปรับยกส่วนบนของร่างกายหรือขาได้อัตโนมัติ และช่วยเปลี่ยนท่านอนจากซ้ายไปขวา ซึ่งสำคัญมากสำหรับผู้ป่วยติดเตียงเพื่อป้องกันแผลกดทับ

การศึกษาด้านคลินิกพบว่าการใช้หุ่นยนต์ช่วยเปลี่ยนท่านอนช่วยลดความเจ็บปวดและภาระทางกายของผู้ดูแลได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในงานที่ต้องใช้กำลังร่างกายมาก

4. หุ่นยนต์ช่วยให้อาหาร (Feeding Robots)

Obi จากเยอรมนี เป็นหุ่นยนต์ให้อาหารอัตโนมัติสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดในการใช้แขน ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถรับประทานอาหารได้อย่างมีศักดิ์ศรี โดยไม่ต้องรอผู้อื่นป้อน

5. หุ่นยนต์ดูแลสุขอนามัย (Hygiene Care Robots)

หุ่นยนต์ทำความสะอาดอุจจาระและปัสสาวะอัตโนมัติ เช่น Zuowei สามารถตรวจจับเมื่อผู้ป่วยขับถ่าย ดูดสิ่งปฏิกูลออกทันที ฉีดน้ำอุ่นทำความสะอาด และเป่าแห้งอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ป่วยมีศักดิ์ศรีและผู้ดูแลทำงานได้สะดวกขึ้น

6. หุ่นยนต์สวมใส่ช่วยแรง (Wearable Support Robots)

HAL Lumbar Type และ Muscle Suit เป็นหุ่นยนต์ที่ผู้ดูแลสวมใส่เพื่อลดแรงกดที่หลังส่วนล่างขณะยกหรือเคลื่อนย้ายผู้ป่วย การศึกษาพบว่าช่วยลดการใช้กล้ามเนื้อหลังและความเมื่อยล้า ลดความเสี่ยงของอาการปวดหลังในระยะยาว


1. ลดภาระของผู้ดูแล

การศึกษาทางคลินิกที่เกี่ยวข้องกับผู้ดูแล 22 คนพบว่าการใช้หุ่นยนต์ช่วยงานเช่นการยก การเปลี่ยนท่า การให้อาหาร และการไปห้องน้ำ ช่วยลดระดับความเจ็บปวดและกิจกรรมของกล้ามเนื้ออย่างมีนัยสำคัญ ผู้ดูแลที่เข้าร่วมการศึกษารายงานว่าหุ่นยนต์ช่วยยกผู้ป่วยเป็นที่ต้องการมากที่สุด

ในสถานดูแลผู้สูงอายุญี่ปุ่นที่ใช้หุ่นยนต์สวมใส่มานานกว่า 24 เดือน พบว่าหุ่นยนต์ถูกใช้งานมากกว่า 70% ของเวลาในการดูแลโดยตรง โดยเฉพาะในการช่วยยกย้ายและดูแลการไปห้องน้ำ

2. เพิ่มความปลอดภัยของผู้ป่วย

หุ่นยนต์ช่วยลดความเสี่ยงของการล้ม การบาดเจ็บจากการยกที่ไม่ถูกต้อง และแผลกดทับจากการนอนท่าเดียว ระบบเซ็นเซอร์และ AI ช่วยให้การเคลื่อนย้ายนุ่มนวลและปลอดภัยกว่าการทำด้วยมือ

กรณีศึกษาหนึ่งจากโรงพยาบาล พบว่าหุ่นยนต์ PARO ช่วยผู้ป่วยที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว โดยเมื่อวางหุ่นยนต์ไว้ที่ตักผู้ป่วย เขาเริ่มลูบและพูดคุยกับหุ่นยนต์ ทำให้ทีมแพทย์สามารถตรวจและเจาะเลือดได้โดยไม่ต้องมัดหรือให้ยาระงับผู้ป่วย

3. ส่งเสริมการอยู่ที่บ้าน (Aging in Place)

จากการสำรวจของ AARP พบว่าผู้สูงอายุกว่า 3 ใน 4 คนต้องการอยู่ที่บ้านแทนการเข้าสถานดูแล หุ่นยนต์ช่วยให้ความปรารถนานี้เป็นจริง โดยลดภาระของครอบครัวและเพิ่มความปลอดภัย

4. ประหยัดค่าใช้จ่าย

แม้ว่าต้นทุนเริ่มต้นของหุ่นยนต์จะสูง แต่ในระยะยาวสามารถลดค่าใช้จ่ายได้มาก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับค่าจ้างผู้ดูแลเต็มเวลาหรือค่าใช้จ่ายในสถานดูแลผู้สูงอายุ การประเมินค่าใช้จ่ายของผู้ดูแลที่ไม่ได้รับค่าจ้างในสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ประมาณ 600 พันล้านเหรียญต่อปี

5. ปรับปรุงคุณภาพชีวิตทางอารมณ์

การศึกษาเกี่ยวกับหุ่นยนต์เพื่อนในสังคมพบว่าผู้ใช้รู้สึกลดความโดดเดี่ยว มีอารมณ์ดีขึ้น และมีการมีส่วนร่วมทางสังคมมากขึ้น หุ่นยนต์ให้ความเป็นเพื่อนที่ไม่มีการตัดสิน จดจำวันเกิดและกิจกรรมของครอบครัว และทำกิจกรรมร่วมกับผู้สูงอายุ


แม้ว่าหุ่นยนต์ผู้ช่วยดูแลจะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็ยังมีข้อจำกัดและความกังวลที่ต้องพิจารณา:

1. ไม่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ทั้งหมด

การศึกษาวิจัยปี 2025 ที่รวบรวม 31 งานวิจัยระหว่างปี 2015-2024 เกี่ยวกับมุมมองของผู้ดูแลต่อหุ่นยนต์ พบว่าผู้ดูแลมองในแง่ดีอย่างระมัดระวัง โดยเห็นว่าหุ่นยนต์ควรเป็นเครื่องมือเสริมเท่านั้น ไม่ใช่ทดแทน

หุ่นยนต์ยังไม่สามารถให้ความเห็นอกเห็นใจ เข้าใจบริบททางอารมณ์ที่ซับซ้อน หรือตัดสินใจในสถานการณ์ที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ได้เท่ามนุษย์ โดยเฉพาะในงานที่ต้องใช้ความชำนาญละเอียดอ่อน เช่น การฉีดยาหรือการดูแลทางการแพทย์ที่ซับซ้อน

2. ความกังวลด้านจริยธรรม

ข้อกังวลสำคัญคือการใช้หุ่นยนต์อาจลดการติดต่อระหว่างมนุษย์ นักวิจัยบางคนแสดงความกังวลว่าหากใช้ทรัพยากรไปกับหุ่นยนต์ อาจทำให้มีบุคลากรมนุษย์น้อยลงในสถานดูแล ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้สูงอายุเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว

การใช้หุ่นยนต์ยังต้องพิจารณาเรื่องศักดิ์ศรีของผู้ป่วย ความเป็นส่วนตัว และสิทธิในการเลือก บางคนอาจรู้สึกไม่สบายใจกับการให้หุ่นยนต์ดูแลงานส่วนตัว

3. ต้นทุนและการเข้าถึง

หุ่นยนต์ส่วนใหญ่มีราคาแพง ทำให้ยากสำหรับครอบครัวทั่วไปหรือสถานดูแลขนาดเล็กในการเข้าถึง นอกจากนี้ยังต้องมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและอัปเดต รวมถึงค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมผู้ใช้งาน

4. ความซับซ้อนในการใช้งาน

ผู้สูงอายุและผู้ดูแลบางคนอาจพบว่าเทคโนโลยีซับซ้อนเกินไป การศึกษาพบว่าความง่ายในการใช้งาน ความน่าเชื่อถือ และการปรับแต่งตามความต้องการเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ใช้ให้ความสำคัญ

5. ความกังวลด้านความเป็นส่วนตัว

หุ่นยนต์หลายตัวมีกล้องและเซ็นเซอร์ที่เก็บข้อมูลส่วนบุคคล ความกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลและการละเมิดความเป็นส่วนตัวจึงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจัดการอย่างระมัดระวัง

6. ผลกระทบต่อการจ้างงาน

มีความกังวลว่าหุ่นยนต์อาจแทนที่งานของผู้ดูแลมนุษย์ แม้ว่าหลักฐานส่วนใหญ่ชี้ว่าหุ่นยนต์ช่วยเสริมการทำงานมากกว่าการแทนที่ แต่ยังคงต้องมีนโยบายคุ้มครองผู้ปฏิบัติงานที่มีอยู่


หุ่นยนต์ผู้ช่วยดูแลกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วในหลายประเทศ ญี่ปุ่นเป็นผู้นำด้านนี้ โดยเริ่มสนับสนุนทางการเงินตั้งแต่ปี 2015 ปัจจุบันหุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุถูกนำไปใช้ทั่วประเทศ จากหุ่นยนต์ขนาดเล็กที่นำร้องเพลงไปจนถึงหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ที่สามารถพลิกตัวผู้ป่วยติดเตียงได้

จีนเพิ่งเปิดตัวโปรแกรมนำร่องระดับชาติเพื่อเร่งการใช้หุ่นยนต์ในการดูแลผู้สูงอายุ กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศร่วมกับกระทรวงกิจการพลเรือนกำลังนำหุ่นยนต์ไปใช้ในบ้าน ศูนย์ชุมชน และสถานดูแล ภายใน 3 ปีข้างหน้าจีนวางแผนทดสอบหุ่นยนต์อย่างน้อย 200 ตัวและกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรม

ในสหรัฐอเมริกา การดูแลผู้สูงอายุกลายเป็นหมวดหมู่ที่เติบโตเร็วที่สุดในแพลตฟอร์มเช่น Care.com โดยมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 200-300 พันล้านเหรียญต่อปี

ในอนาคต คาดว่าหุ่นยนต์ดูแลผู้ป่วยจะ:

  • บูรณาการหลายหน้าที่ รวมการเปลี่ยนท่า การยกย้าย การอาบน้ำ และการไปห้องน้ำไว้ในเครื่องเดียว
  • มีระบบอัจฉริยะและอัตโนมัติมากขึ้น สามารถนำทาง หลบหลีกสิ่งกีดขวาง และทำงานดูแลตามความต้องการของผู้ป่วยได้โดยอัตโนมัติ
  • เชื่อมต่อกับระบบคลาวด์ เพื่อตรวจสอบสุขภาพอย่างต่อเนื่องและแบ่งปันข้อมูลแบบเรียลไทม์กับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ
  • มีการโต้ตอบที่หลากหลาย ผ่านการรับรู้เสียง หน้าจอสัมผัส การควบคุมด้วยศีรษะ และความเป็นจริงเสมือน
  • ใช้ AI สร้างสรรค์ เพื่อการสนทนาที่เป็นธรรมชาติและปรับตัวตามอารมณ์และความต้องการเฉพาะของแต่ละคน

หุ่นยนต์ผู้ช่วยดูแลไม่ใช่เรื่องแห่งอนาคตอีกต่อไป แต่กำลังเข้ามามีบทบาทในโรงพยาบาล สถานดูแลผู้สูงอายุ และบ้านพักอาศัยทั่วโลกแล้ว จากหุ่นยนต์ PARO ที่ช่วยปลอบโยนผู้ป่วยสมองเสื่อม ไปจนถึง RIBA ที่ช่วยยกผู้ป่วยอย่างปลอดภัย และ E-BAR ที่ป้องกันการล้ม เทคโนโลยีเหล่านี้กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง

แม้ว่าจะมีข้อจำกัดและความท้าทายด้านจริยธรรม ต้นทุน และความซับซ้อนในการใช้งาน แต่หุ่นยนต์เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพมหาศาลในการลดภาระของผู้ดูแล เพิ่มความปลอดภัยของผู้ป่วย และปรับปรุงคุณภาพชีวิตของทั้งสองฝ่าย

การศึกษาวิจัยแสดงให้เห็นว่าหุ่นยนต์ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อใช้เป็นเครื่องมือเสริมควบคู่กับการดูแลจากมนุษย์ ไม่ใช่ทดแทน เมื่อใช้อย่างถูกต้องและมีการวางแผนที่ดี หุ่นยนต์ผู้ช่วยดูแลสามารถช่วยให้ผู้สูงอายุอยู่ที่บ้านได้นานขึ้น รักษาความเป็นอิสระ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ในขณะที่สังคมโลกกำลังเผชิญกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้สูงอายุและการขาดแคลนผู้ดูแลอย่างรุนแรง หุ่นยนต์ผู้ช่วยดูแลจึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่สำคัญที่จะช่วยแก้ไขวิกฤตการณ์นี้ พร้อมกับการพัฒนานโยบายสนับสนุน การฝึกอบรม และการทำให้เทคโนโลยีเข้าถึงได้มากขึ้น


แหล่งอ้างอิง

  1. In Home Care. (2025). Robot Caregivers: The Future of Elderly Support. https://1plus1cares.com/robot-caregivers-innovation-or-imitation-of-human-connection/
  2. The AI Insider. (2025). What Role Will AI Companion Robots Play in Caring for the Elderly? https://theaiinsider.tech/2025/08/30/what-role-will-ai-companion-robots-play-in-caring-for-the-elderly/
  3. Blue Frog Robotics. (2025). Buddy: The Companion Robot Transforming Senior Care with AI. https://www.bluefrogrobotics.com/buddy-an-innovative-solution-for-assisting-seniors-at-home-and-in-care-facilities
  4. Samarth Community. (2025). Robots for Elderly Care, Companionship and Comfort. https://care.samarth.community/blog/memory-cognition/robots-for-senior-care/
  5. MIT News. (2025). Eldercare robot helps people sit and stand, and catches them if they fall. https://news.mit.edu/2025/eldercare-robot-helps-people-sit-stand-catches-them-fall-0513
  6. CNBC. (2024). The senior population is booming. Caregiving is struggling to keep up. https://www.cnbc.com/2025/11/21/senior-caregiving-labor.html
  7. AARP. (2025). Caregiver Shortage Felt By Adults That Age in Place. https://www.aarp.org/caregiving/basics/in-home-caregiver-shortage/
  8. SeniorLiving.org. (2025). Family Caregiver Annual Report and Statistics. https://www.seniorliving.org/research/family-caregiver-report-statistics/
  9. National Center for Biotechnology Information. (2023). Robots for Elderly Care: Review, Multi-Criteria Optimization Model and Qualitative Case Study. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10178192/
  10. National Center for Biotechnology Information. (2024). The effectiveness of care robots in alleviating physical burden and pain for caregivers. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11651516/
  11. National Center for Biotechnology Information. (2024). Smart Nursing Wheelchairs: A New Trend in Assisted Care. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11353014/
  12. Nature. (2024). Are robots the solution to the crisis in older-person care? https://www.nature.com/articles/d41586-024-01184-4
  13. ScienceDirect. (2024). An overview of transfer nursing robot: Classification, key technology, and trend. https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0921889024000368

บทความที่เกี่ยวข้อง