การป้องกันต่อมลูกหมากโต 1 ในเรื่องสำคัญที่ผู้ชายควรรู้

วิธีป้องกันต่อมลูกหมากโตเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาสุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้ชายโดยรวม เมื่อผู้ชายอายุมากขึ้น ความเสี่ยงในการเกิดต่อมลูกหมากโตก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งการทำความเข้าใจเกี่ยวกับการวิธีป้องกันโรคต่อมลูกหมากโต หรือการป้องกันต่อมลูกหมากโตในบทความนี้นั้น ไม่เพียงแต่ทำให้คุณผู้ชายทั้งหลายสามารถจัดการกับอาการต่อมลูกหมากโตอาการต่าง ๆ ได้เท่านั้น แต่ยังทำให้สามารถใช้มาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันหรือแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยมุ่งเน้นไปที่การลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเพื่อส่งเสริมสุขภาพต่อมลูกหมากให้แข็งแรงได้อีกด้วย

ถึงแม้โรคต่อมลูกหมากโตอาจจะดูไม่ได้รุนแรง แต่หากปล่อยทิ้งไว้อาจส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิตได้มากพอสมควร เนื่องจากโรคต่อมลูกหมากโตนี้เป็นโรคที่เกิดจากการที่ต่อมลูกหมากโตขึ้นผิดปกติจนไปรบกวนระบบทางเดินปัสสาวะและทำให้เกิดอาการปัสสาวะขัดหรือเกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมก็จะส่งผลให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะ ทางเดินปัสสาวะ และระบบไตได้ในอนาคต 

วิธีป้องกันโรคต่อมลูกหมากโตทำอย่างไรได้บ้าง? จริง ๆ แล้ววิธีป้องกันต่อมลูกหมากโต หรือการป้องกันต่อมลูกหมากโตก่อนเกิดอาการต่อมลูกหมากโตอาการต่าง ๆ นั้น แน่นอนว่าคือการรักษาสุขภาพต่อมลูกหมากให้เหมาะสม ซึ่งการจะรักษาสุขภาพของต่อมลูกหมากให้ดีสามารถทำได้โดยวิธีดังต่อไปนี้

การออกกำลังกายที่ช่วยดูแลสุขภาพ หัวใจ และหลอดเลือด อย่าง การเดินเร็ว จ๊อกกิ้ง ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ สามารถส่งเสริมสุขภาพโดยรวม ช่วยปรับปรุงการไหลเวียนของโลหิต และสนับสนุนสุขภาพของต่อมลูกหมาก พร้อมกับป้องกันต่อมลูกหมากโตได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้การออกกำลังกายอุ้งเชิงกรานสามารถช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ซึ่งจะช่วยลดแรงกดทับต่อท่อปัสสาวะและช่วยให้ปัสสาวะไหลออกได้ง่ายขึ้น รวมถึงยังช่วยบรรเทาอาการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับต่อมลูกหมากโต เช่น อาการปวดแสบขณะปัสสาวะ อาการปัสสาวะขัด และอาการปัสสาวะเล็ดได้อีกด้วย

การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติเป็นสิ่งสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ ได้มากมาย รวมถึงป้องกันต่อมลูกหมากโตได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากผู้ชายที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วนมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่อมลูกหมากโตสูงกว่าผู้ชายที่มีน้ำหนักปกติ เนื่องจากน้ำหนักที่มากและระดับฮอร์โมนเพศชายที่สูงขึ้นอาจกระตุ้นให้ต่อมลูกหมากขยายใหญ่ขึ้นได้

การรับประทานอาหารที่หลากหลายครบทั้ง 5 หมู่ โดยได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนเพียงพอตามความต้องการของร่างกาย โดยไม่มากหรือน้อยเกินไป สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดต่อมลูกหมากโต ป้องกันโรคต่อมลูกหมากโตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ และนมไขมันต่ำ ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงอาหารบางประเภทที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ เช่น อาหารที่มีไขมันสูง อาหารที่มีน้ำตาลสูง และอาหารที่มีโซเดียมสูง เป็นต้น

การดื่มน้ำอย่างเพียงพอสามารถช่วยล้างสารพิษและช่วยส่งเสริมสุขภาพโดยรวม อีกทั้งยังสามารถป้องกันต่อมลูกหมากโตได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดื่มน้ำเปล่า น้ำสะอาดที่ไม่ผสมน้ำตาลหรือคาเฟอีน เนื่องจากการดื่มน้ำอย่างเพียงพอจะช่วยทำให้ปัสสาวะไหลเวียนได้ดี ลดการอุดตันของท่อปัสสาวะ และบรรเทาอาการปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะบ่อย หรือปัสสาวะไม่ออก ซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยต่อมลูกหมากโต ปริมาณน้ำที่แนะนำสำหรับผู้ชายจะอยู่ที่ประมาณ 1.5-2 ลิตรต่อวัน หรือประมาณ 6-7 แก้วต่อวัน โดยควรดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดทั้งวัน และไม่ควรดื่มน้ำมากเกินไปในคราวเดียวในช่วงก่อนนอน เพราะอาจทำให้ปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืนได้

ด้วยความที่เนื้อแดงและเนื้อสัตว์แปรรูปมีไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลสูง ส่งผลให้ระดับฮอร์โมนเพศชายในร่างกายเพิ่มขึ้น ซึ่งเมื่อระดับฮอร์โมนเพศชายสูงขึ้นก็อาจทำให้ไปกระตุ้นการเจริญเติบโตของต่อมลูกหมากได้ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการบริโภคเนื้อแดงและเนื้อสัตว์แปรรูปที่มากเกินไป โดยอาจเปลี่ยนมารับประทานเนื้อสัตว์ที่เป็นเนื้อขาว เช่น เนื้อไก่ เนื้อปลา หรือเนื้อวัวสันนอกแทนร่วมกับรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอื่น ๆ เช่น ผัก ผลไม้ ถั่ว ธัญพืช เป็นต้น

การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ มากมาย รวมถึงต่อมลูกหมากโต เนื่องจากบุหรี่และแอลกอฮอล์จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของต่อมลูกหมาก ทั้งนี้การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ยังอาจทำให้เซลล์ต่อมลูกหมากเสียหายและเกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม ซึ่งอาจนำไปสู่การพัฒนาจนกลายเป็นต่อมลูกหมากโตและมะเร็งต่อมลูกหมากในที่สุด

การพักผ่อนอย่างเพียงพอเป็นหนึ่งในวิธีการป้องกันต่อมลูกหมากโตที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง เนื่องจากการพักผ่อนที่เพียงพอนั้นจะช่วยให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตและซ่อมแซมเซลล์ต่าง ๆ รวมถึงฮอร์โมนดีเอชที (Dihydrotestosterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นการเจริญเติบโตของต่อมลูกหมากให้เป็นปกติ นอกจากนี้การพักผ่อนอย่างเพียงพอยังช่วยควบคุมระดับความเครียดในร่างกายได้อีกด้วย ดังนั้นการพักผ่อนอย่างเพียงพอจึงมีส่วนช่วยป้องกันต่อมลูกหมากโตได้นั่นเอง

ความเครียดเรื้อรังอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่าง ๆ รวมถึงอาการที่เกี่ยวข้องกับต่อมลูกหมากได้ ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะความเครียดเรื้อรังยังทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งต่อมลูกหมากได้อีกด้วย ดังนั้นเมื่อมีความเครียดสามารถใช้เทคนิคการจัดการความเครียด เช่น การทำสมาธิ การหายใจลึก ๆ หรือโยคะ เพื่อช่วยในการผ่อนคลายความเครียดได้  เพราะเทคนิคเหล่านี้ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุข เช่น โดพามีน เซโรโทนิน และออกซิโทซิน ซึ่งจะช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้มากยิ่งขึ้น

ถึงแม้การเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีจะไม่ใช่วิธีป้องกันต่อมลูกหมากโตโดยตรง แต่สามารถช่วยตรวจคัดกรองและวินิจฉัยต่อมลูกหมากโตได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งจะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับผู้ชายนั้นมักรวมถึงการตรวจร่างกายทั่วไปและการตรวจปัสสาวะเพื่อตรวจหาสัญญาณของต่อมลูกหมากโต เช่น ตรวจว่ามีอาการปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะไม่ออก หรือปัสสาวะมีเลือดปนหรือไม่ หากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสงสัยว่าผู้ป่วยอาจเป็นโรคต่อมลูกหมากโตก็จะมีการส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจอัลตราซาวนด์ต่อมลูกหมาก หรือการตรวจระดับ PSA (การตรวจสารบ่งชี้มะเร็ง) ในเลือด เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตนั้นเป็นวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพในการลดความเสี่ยงต่อการเกิดต่อมลูกหมากโต ป้องกันโรคต่อมลูกหมากโตได้ ซึ่งหากใครไม่อยากเสี่ยงต่อการเป็นต่อมลูกหมากโตละก็ ขอบอกเลยว่าควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสมแบบเร่งด่วนเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว

นอกจากการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตแล้ว การรับประทานอาหารก็เป็นอีกวิธีที่สามารถป้องกันต่อมลูกหมากโตได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เช่นเดียวกัน เนื่องจากอาหารบางชนิดมาพร้อมกับสารอาหารที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อต่อมลูกหมากโตและป้องกันโรคต่อมลูกหมากโตในผู้สูงอายุได้ เช่น

  • มะเขือเทศ 
    อุดมไปด้วยไลโคปีนที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งสารสีแดงที่มาจากมะเขือเทศนี้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อมลูกหมากโต ป้องกันการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้
  • ปลาที่มีโอเมก้า 3
    ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน ปลาแมกเคอเรล และปลาเทราต์ สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดต่อมลูกหมากโตได้ รวมถึงยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบสามารถช่วยป้องกันเซลล์ต่อมลูกหมากจากการถูกทำลาย
  • ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
    อาหารที่ทำจากถั่วเหลือง  อย่าง เต้าหู้และนมถั่วเหลืองมีไฟโตเอสโตรเจนที่เป็นสารประกอบจากพืชที่มีโครงสร้างคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายมนุษย์ โดยไฟโตเอสโตรเจนสามารถช่วยป้องกันต่อมลูกหมากโตและยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก
  • ชาเขียว 
    ในชาเขียวประกอบด้วยคาเทชิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์แรงกว่าวิตามินซีและวิตามินอี โดยสารนี้สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ต่อมลูกหมาก ควบคุมระดับฮอร์โมนเพศชายในร่างกาย และลดการอักเสบในต่อมลูกหมากที่เป็นสาเหตุของต่อมลูกหมากโตได้
  • ธัญพืชไม่ขัดสี
    อัลมอนด์ วอลนัต เมล็ดแฟลกซ์ และเมล็ดฟักทองเป็นแหล่งสารอาหาร ที่ประกอบไปด้วยสังกะสีและกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งช่วยปกป้องเซลล์ต่อมลูกหมากจากความเสียหายและช่วยลดการอักเสบของต่อมลูกหมาก นอกจากนี้ ธัญพืชไม่ขัดสียังอุดมไปด้วยใยอาหาร ซึ่งช่วยในการขับถ่าย และลดความเสี่ยงของการเกิดต่อมลูกหมากโตได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงอาหารบางประเภทที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของต่อมลูกหมาก เช่น

  • อาหารที่มีไขมันสูง เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน อาหารทอด และอาหารแปรรูป เป็นต้น
  • อาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น ขนมหวาน เครื่องดื่มหวาน น้ำผลไม้ และน้ำอัดลม เป็นต้น
  • อาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น อาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูป และอาหารรสจัด เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญของการป้องกันต่อมลูกหมากโตตั้งแต่เนิ่น ๆ นั้น คือการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม แม้ว่าการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตและการกินอาหารที่มีประโยชน์ในข้างต้นจะเป็นวิธีป้องกันต่อมลูกหมากโต แต่การตอบสนองของแต่ละบุคคลต่อวิธีป้องกันโรคต่อมลูกหมากโตอาจแตกต่างกันไป จึงจำเป็นต้องปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะบุคคลที่เกี่ยวกับการป้องกันต่อมลูกหมากโตและรักษาสุขภาพต่อมลูกหมากโดยรวม

Share :
go to top