‘ทรายแมวธรรมชาติ’ ดีต่อน้องแมว แล้วยังดีต่อโลก

Care / Self Care

ของใช้อย่างหนึ่งที่คนเลี้ยงแมวต้องมีติดบ้าน โดยเฉพาะผู้ที่เลือกเลี้ยงน้องๆ แบบระบบปิด คือ ‘ทรายแมว’ เพื่อที่น้องๆ จะได้ทำธุระส่วนตัวเป็นที่เป็นทาง ไม่ไปขับถ่ายเลอะเทอะที่ไหน 

ทาสแมวส่วนมากมักเลือกใช้ ทรายแมวเบนโทไนต์ (Bentonite) ที่ทำมาจากแร่เบนโทไนต์ที่เกิดจากการทับถมของขี้เถ้าภูเขาไฟ สาเหตุที่ทรายแมวชนิดนี้เป็นที่นิยมเพราะเมื่อทรายสัมผัสกับของเหลวและความชื้น ทรายจะจับตัวเป็นก้อน ทำให้เมื่อน้องแมวถ่ายหนักหรือเบาลงไป เจ้าของก็สามารถจะตักทรายที่จับตัวเป็นก้อนทิ้งได้โดยง่าย แถมทรายแมวเบนโทไนต์ยังมีราคาย่อมเยาอีกด้วย

แต่ทรายแมวเบนโทไนต์ก็มีข้อเสียตรงที่มีฝุ่น แม้หลายยี่ห้อจะออกมาเคลมว่าไร้ฝุ่น หรือลดฝุ่นได้ 99.99% แต่ทาสอย่างเรารู้ดีว่ายังไง้ยังไงก็มีฝุ่นอยู่ดีนั่นแหละ และทรายเบนโทไนต์บางชนิดที่เกรดไม่ค่อยดีนักจนไม่สามารถกลบกลิ่นได้ ยังมักมีสารเคมีที่ใช้เพิ่มความหอมด้วย ทำให้น้องแมวบางตัวที่เป็นภูมิแพ้ เกิดอาการมีน้ำตา มีน้ำมูก คัน หรือบางตัวอาจถึงขั้นหายใจติดขัด เช่นเดียวกันกับเจ้าของที่อาจเกิดอาการจาม มีน้ำมูกได้เหมือนกัน นอกจากนั้น ข้อเสียอีกอย่างของทรายแมวชนิดนี้คือย่อยสลายได้ยาก ซึ่งถือว่าไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเลย

สำหรับทาสแมวที่ประสบกับปัญหาทางสุขภาพดังกล่าวหรืออยากจะให้น้องแมวของคุณเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดขยะและลดการทำลายสิ่งแวดล้อม hhcThailand แนะนำว่าอาจลองพิจารณา ‘ทรายแมวธรรมชาติ’ (Natural cat litter) เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่ก่อนจะเปลี่ยนไปใช้ทรายแมวธรรมชาติ เราก็มีข้อมูลที่น่าจะเป็นประโยชน์มาให้คุณได้ลองทำความเข้าใจที่ถูกต้องกันก่อนค่ะ

ทำความเข้าใจ ‘ทรายแมวธรรมชาติ’ ให้ถูกต้อง

ปัจจุบัน ทรายแมวธรรมชาติ มีให้เลือกหลากหลายชนิด ทั้ง ทรายที่จับตัวเป็นก้อน (Clumping cat litter) แบบเดียวกับทรายเบนโทไนต์ และทรายที่ไม่จับตัวเป็นก้อน (non-clumping cat litter) โดยมีทั้งทรายแมวที่ทำจาก ขี้เลื่อย ไม้สน ข้าวโพด เต้าหู้ ข้าวสาลี กระดาษรีไซเคิล หรือทรายแมวมันสำปะหลังที่เป็นทรายแมวธรรมชาติสัญชาติไทยแท้ๆ

ทรายแมวธรรมชาติส่วนมากมีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่ง คือ ราคาแพง แต่ราคาที่จ่ายไปมาพร้อมกับคุณสมบัติที่เหนือกว่าทรายแมวทั่วไปคือ ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ (Biodegradable) จึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเพราะทำจากวัสดุธรรมชาติ จึงยังเป็นมิตรต่อน้องแมวและเจ้าของด้วย 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เจ้าของจำเป็นต้องทำความเข้าใจให้ดีก็คือ ทรายแมวธรรมชาติบางยี่ห้ออาจมีกลิ่นที่สร้างความระคายเคืองให้แมวอยู่ดี ซึ่งอาจทำให้น้องเกิดอาการภูมิแพ้หรือหายใจไม่สะดวก และถึงแม้จะทำมาจากธรรมชาติ แต่ก็ควรระวังไม่ให้น้องเอาไปเล่นและกินเข้าไป เพราะทรายแมวธรรมชาติบางชนิดก็เป็นอันตรายหากน้องแมวกินเข้าไปเป็นจำนวนมาก

นอกจากนั้น อีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดคือ แม้ทรายแมวธรรมชาติหลายยี่ห้อจะระบุว่าสามารถทิ้งลงโถชักโครกได้ (Flushable) แต่ผู้เชี่ยวชาญจากหลายองค์กรในต่างประเทศ เช่น PetMD และ Metro Water Recovery แนะนำว่า ไม่ควรทิ้งสิ่งปฏิกูลของน้องแมวและทรายแมวที่ปนเปื้อนสิ่งปฏิกูลเหล่านั้นลงในโถชักโครก เพราะอุจจาระของน้องแมวจะมีปรสิตชนิดหนึ่งที่เป็นอันตราย นั่นคือ ท็อกโซพลาสมา กอนดิ (Toxoplasma gondii) ซึ่งพืชในแหล่งน้ำที่ปกติจะทำหน้าที่บำบัดน้ำ จะไม่สามารถกำจัดปรสิตชนิดนี้ได้ ทำให้แหล่งน้ำอาจเกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรค เป็นอันตรายต่อทั้งคนและสัตว์

เคล็ดลับเปลี่ยนให้น้องแมวหันมาใช้ทรายแมวธรรมชาติ

เมื่อทาสอยากจะลองให้น้องแมวเปลี่ยนมาใช้ทรายแมวธรรมชาติบ้างแล้ว ขั้นตอนต่อไปถือเป็นกระบวนการที่ท้าทายที่สุด นั่นคือ เราจะทำอย่างไรให้น้องแมวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบความเปลี่ยนแปลงใดๆ ในชีวิตประจำวันซะเลย หันมายอมใช้ทรายแบบใหม่ได้

  • ตัดสินใจให้แน่นอน

อันดับแรก ทาสต้องชั่งน้ำหนักให้ดีก่อนว่า สาเหตุที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้ทรายแมวธรรมชาตินั้น คุ้มกับแมวและตัวทาสเองหรือไม่ ถ้าสาเหตุนั้นเป็นเรื่องสุขภาพของน้องก็ถือว่าคุ้ม นอกจากนั้น ปัจจัยที่สำคัญอีกอย่างในการตัดสินใจคือ น้องแมวใช้ทรายแบบเดิมมานานแค่ไหน ถ้าใช้มานานมากแล้ว การเปลี่ยนชนิดของทรายแมวอาจทำให้แมวเครียดหรือไม่ยอมขับถ่าย จนนำไปสู่อาการป่วย เช่น นิ่ว แต่ถ้าคุณจะลองเปลี่ยนดูก่อน โดยดูแลสังเกตแมวคุณอย่างใกล้ชิดในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านนั้น ก็ถือว่าคุ้มค่าที่จะเสี่ยง 

อ้อ… ก่อนที่จะเปลี่ยนทราย ตัดสินใจให้ดีว่าคุณจะเลือกใช้ทรายประเภทไหน ทำจากวัสดุอะไร เพราะถ้าน้องแมวยอมเปลี่ยนไปใช้ทรายชนิดใหม่แล้ว คุณก็ไม่ควรลังเล หาทรายอีกชนิดมาให้น้องต้องปรับตัวอีก ซึ่งเราแนะนำว่า ถ้าก่อนหน้านี้น้องแมวใช้ทรายแบบจับตัวเป็นก้อน คุณควรเปลี่ยนเป็นทรายธรรมชาติที่จับตัวเป็นก้อนเช่นกัน เพราะการเปลี่ยนทรายแมวข้ามประเภทถึงสองระดับถือว่าแอดวานซ์มากไปสำหรับแมว

  • ค่อยเป็นค่อยไป ให้เวลาน้องได้ปรับตัว

พูดง่ายๆ คือ อย่าหักดิบเปลี่ยนเป็นทรายใหม่แบบยกกระบะในคราวเดียวนะคะ แต่ค่อยๆ เอาทรายแบบใหม่ไปผสมกับทรายแบบเดิมก่อน เริ่มจากสัก 25% แล้วค่อยๆ เพิ่มปริมาณมากขึ้นทีละนิด นอกจากนั้น ในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านเช่นนี้ คุณอาจวางกระบะที่มีทรายแบบเดิมไว้ใกล้ๆ กันด้วย เผื่อว่าหากน้องไม่ยอมปรับตัวจริงๆ ก็ยังมีทรายแบบเดิมใช้ ไม่ต้องอั้นฉี่ที่อาจเสี่ยงเป็นนิ่วได้ค่ะ

  • อย่าเปลี่ยนหลายอย่างพร้อมกัน

อย่าลืมนะคะว่าแมวไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นถ้าจะเปลี่ยนชนิดทราย ก็ขอให้คงเรื่องอื่นๆ ไว้ตามเดิมก่อน อย่าเปลี่ยนแปลงหลายอย่างพร้อมกันทีเดียว เช่น ย้ายบ้าน หรือ เอาน้องแมวตัวใหม่เข้าบ้าน ไม่งั้นน้องตัวเก่าจะเครียดเกินไปค่ะ

  • ให้รางวัลน้องเมื่อทำดี และอย่าทำโทษน้อง

ถ้าเจ้าของเห็นตอนน้องเข้าไปทำธุระในกระบะที่มีทรายชนิดใหม่ อย่าลืมให้รางวัลน้องเป็นขนมเล็กๆ น้อยๆ ตอนน้องเดินออกมาด้วยนะคะ แต่ถ้าน้องแมวตัวไหนปรับตัวไม่ได้ แล้วประท้วงด้วยการไปอึฉี่เลอะเทอะ เจ้าของใจเย็นก่อน อย่าเพิ่งทำโทษน้อง เพราะน้องจะยิ่งเครียดไปกันใหญ่ค่ะ

เราเอาใจช่วยขอให้น้องแมวทุกตัวสามารถปรับตัวเปลี่ยนมาใช้ทรายแมวธรรมชาติได้เร็วๆ นะคะ เพราะอย่างที่บอก นอกจากจะดีต่อสุขภาพคนและแมวแล้ว ยังดีต่อสิ่งแวดล้อมด้วย ส่วนเรื่องสนนราคาที่ค่อนข้างสูงนั้นอาจต้องทำใจ แต่เรากระซิบนิดนึงว่า ถ้าอยากประหยัด ลองใช้กระดาษรีไซเคิลมาทำเป็นทรายแมวดูค่ะ เพราะมูลนิธิหลายแห่งที่รับเลี้ยงน้องแมวไว้เป็นจำนวนมาก ก็ใช้วิธีนี้เหมือนกัน แต่คุณต้องขยันทำความสะอาดมากหน่อยก็เท่านั้น


อ้างอิง:
petbarn.com.au
metrowaterrecovery.com

บทความที่เกี่ยวข้อง