
เปิดเบื้องหลังเข็มกลัดดอกไม้สีฟ้า Forget-me-not กับขบวนการอาสาสมัครดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมที่กระจายไปแล้วใน 56 ประเทศทั่วโลก
เข็มกลัดดอกไม้สีฟ้า Forget-me-not: สัญลักษณ์ของชุมชนเข้าใจสมองเสื่อม
วันหนึ่งในห้างสรรพสินค้าใจกลางลอนดอน คุณยายวัย 78 ปี ยืนนิ่งหน้าเครื่องคิดเงิน มือถือบัตรเดบิตค้างกลางอากาศ สายตามองรอบๆ ราวกับลืมว่าตัวเองมาทำอะไรที่นั่น พนักงานหนุ่มหลังเคาน์เตอร์ไม่ได้เร่ง ไม่ได้ส่งเสียงดัง เขายิ้ม ก้าวออกจากเคาน์เตอร์ พูดด้วยน้ำเสียงสงบช้าๆ ว่า “ไม่ต้องรีบนะครับคุณยาย ค่อยๆ ทำ ผมรอได้”
บนเสื้อยูนิฟอร์มของเขา มีเข็มกลัดเล็กๆ รูปดอกไม้สีฟ้าติดอยู่หนึ่งอัน ดอกไม้นั้นชื่อ “Forget-me-not” หรือ “อย่าลืมฉัน”
ภาพแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ มันคือผลลัพธ์ของการเคลื่อนไหวระดับชาติที่ใช้เวลากว่าทศวรรษในการเปลี่ยนคนธรรมดาทั่วสหราชอาณาจักร — พนักงานห้าง พนักงานธนาคาร คนขับรถบัส พนักงานไปรษณีย์ แม้กระทั่งนักเรียนมัธยม — ให้กลายเป็น “เพื่อน” ของผู้อยู่กับภาวะสมองเสื่อม ผ่านโครงการที่ชื่อว่า Dementia Friends
โครงการนี้ไม่ได้สร้างหมอ ไม่ได้สร้างพยาบาล ไม่ได้สร้างผู้เชี่ยวชาญ มันสร้างสิ่งที่หายากกว่านั้นมาก คือ “ผู้คนรอบตัวที่เข้าใจ” และเข้าใจมากพอจะไม่ทำร้ายใจผู้ป่วยโดยไม่รู้ตัว
ลองนึกภาพถ้าวินมอเตอร์ไซค์ใต้คอนโดของเรา รปภ. หน้าหมู่บ้าน พนักงานร้านสะดวกซื้อข้างบ้าน หรือพนักงานเก็บเงินที่ตลาดสด ทุกคนผ่านการอบรมเพียงหนึ่งชั่วโมง รู้ว่าสมองเสื่อมไม่ใช่ความบ้า ไม่ใช่ความตั้งใจกวน ไม่ใช่เรื่องของการ “ทำตัวลำบาก” สังคมแบบนั้นจะเปลี่ยนชีวิตคนหลายล้านคนไปแค่ไหน
Dementia Friends เริ่มต้นเมื่อไหร่? บทเรียนจากญี่ปุ่นสู่สหราชอาณาจักร
โครงการ Dementia Friends เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 (ค.ศ. 2013) โดยสมาคมอัลไซเมอร์แห่งสหราชอาณาจักร (Alzheimer’s Society) นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นคือ เดวิด แคเมอรอน เป็นผู้เปิดตัวโครงการ ภายใต้งบประมาณเริ่มต้น 2.4 ล้านปอนด์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนร่วมกันจากกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานสังคมพลเมือง โดยมีเป้าหมายแรกคือสร้าง “เพื่อน” จำนวนหนึ่งล้านคนภายในปี พ.ศ. 2558
แต่จุดกำเนิดของแนวคิดนี้ไม่ได้อยู่ในลอนดอน หากย้อนไปไกลกว่านั้นถึงประเทศญี่ปุ่น ในปี พ.ศ. 2547 รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศเปลี่ยนคำเรียกโรคจาก “Chiho” ที่มีนัยลบ ไปสู่ “Ninchi-sho” หรือ “ภาวะการรู้คิดผิดปกติ” พร้อมเปิดตัวแผน 10 ปี เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องสมองเสื่อมและสร้างเครือข่ายชุมชน โครงการของญี่ปุ่นใช้ชื่อว่า “Ninchisho Supporter” หรือผู้สนับสนุนผู้ป่วย และกลายเป็นต้นแบบให้สมาคมอัลไซเมอร์แห่งสหราชอาณาจักรนำมาประยุกต์เป็น Dementia Friends ในเวลาต่อมา
Dementia Friends มีกี่คน? ตัวเลขที่กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก
ปัจจุบัน เว็บไซต์ทางการ www.dementiafriends.org.uk รายงานว่ามีผู้สมัครเป็น Dementia Friend แล้วเกือบ 3.89 ล้านคน และเมื่อรวมการเคลื่อนไหวทั่วโลก พบว่ามีโปรแกรมในรูปแบบเดียวกันถึง 67 โปรแกรม ใน 56 ประเทศ มีจำนวนผู้สมัครรวมเกือบ 19 ล้านคน โดย 11 ล้านคนอยู่ในประเทศญี่ปุ่นแห่งเดียว
ที่น่าทึ่งคือ ขบวนการนี้ไม่ได้สร้างผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ไม่ได้สร้างผู้ดูแล ไม่ได้สร้างพยาบาลใหม่ มันเพียงเปลี่ยน “คนธรรมดา” ให้กลายเป็น “เพื่อน” ที่เข้าใจ และนั่นคือจุดที่พลิกเกมการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมในสังคม
วิธีสมัครเป็น Dementia Friend: หนึ่งชั่วโมง ห้าข้อความ หนึ่งเข็มกลัด
หัวใจของ Dementia Friends คือการอบรมที่ใช้เวลาเพียง 45 นาที ถึงหนึ่งชั่วโมง ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมการอบรมแบบพบปะตัวจริง อบรมออนไลน์ผ่านวิดีโอประชุม หรือเพียงดูวิดีโอสั้นๆ บนเว็บไซต์ของโครงการ ก็สามารถสมัครเป็นเพื่อนได้
การอบรมไม่ได้เน้นความรู้เชิงลึกทางการแพทย์ แต่เน้นข้อความสำคัญห้าข้อที่ทุกคนต้องเข้าใจ ได้แก่ หนึ่ง ภาวะสมองเสื่อมไม่ใช่เรื่องปกติของวัยชรา แต่เกิดจากโรคของสมอง สอง สมองเสื่อมไม่ได้มีแค่อัลไซเมอร์ ยังมีโรคอื่นอีกหลายชนิด สาม สมองเสื่อมไม่ได้มีแค่อาการหลงลืม แต่กระทบหลายด้านของชีวิต สี่ ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตที่มีคุณค่าและความสุขได้ ถ้าได้รับความเข้าใจที่ถูกต้อง และห้า ผู้ป่วยมีตัวตนมากกว่าโรคที่เป็น
หลังการอบรม ผู้ผ่านโครงการจะได้รับ “เข็มกลัดดอกไม้สีฟ้า” รูป Forget-me-not (ดอกอย่าลืมฉัน) ซึ่งเป็นดอกไม้สีฟ้าเล็กๆ ที่มีความหมายแห่งการระลึกถึง และผูกพันกับภาวะสมองเสื่อมมายาวนาน เนื่องจากผู้ป่วยอาจประสบปัญหาความจำเสื่อม ดอกไม้ที่หมายถึง “อย่าลืมฉัน” จึงเหมาะสมเป็นสัญลักษณ์ของขบวนการอย่างยิ่ง

Dementia Friends Champions คือใคร? หัวใจของการขยายเครือข่ายอาสาสมัคร
โครงการขนาดนี้ไม่สามารถพึ่งบุคลากรประจำเพียงอย่างเดียว หัวใจสำคัญคือ “Dementia Friends Champions” หรืออาสาสมัครผู้ฝึกสอน ที่ผ่านการเข้าร่วมอบรมเฉพาะ ได้รับการสนับสนุนต่อเนื่อง และเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายในการสร้างชุมชนเข้าใจสมองเสื่อม พวกเขาคือผู้นำการอบรมในโรงเรียน บริษัท ห้างสรรพสินค้า ชมรมผู้สูงอายุ และแม้กระทั่งสถานีตำรวจ
โครงการพิสูจน์ว่าใครก็ตามสามารถเป็นเพื่อนผู้ป่วยสมองเสื่อมได้ ไม่ว่าจะอายุเท่าใด อาชีพอะไร ทุกคนที่อาศัยอยู่ในอังกฤษ เวลส์ ไอร์แลนด์เหนือ เกิร์นซีย์ และเกาะแมน สามารถสมัครเป็น Dementia Friend ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ทำไมเข็มกลัดดอกไม้สีฟ้าเล็กๆ จึงเปลี่ยนสังคมได้
เข็มกลัดดอกไม้สีฟ้าไม่ใช่แค่ของที่ระลึก มันคือ “สัญญาณ” ที่ส่งไปยังคนรอบข้างว่า “ฉันเข้าใจ ฉันไว้ใจได้ ถ้าครอบครัวของคุณมีผู้ป่วยสมองเสื่อม คุณไม่ต้องเดินทางคนเดียว” และเมื่อพนักงานในร้านห้างคนหนึ่ง พนักงานเก็บเงินอีกคน คนขับรถบัสอีกคน ติดเข็มกลัดเดียวกัน เครือข่ายความเข้าใจก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นทั่วเมือง
ผลสำรวจของ Alzheimer’s Society พบว่ากว่า สองในสาม ของผู้ผ่านการเป็น Dementia Friends รายงานว่าตนเองรู้สึกมั่นใจมากขึ้นในการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วยสมองเสื่อม นี่คือผลตอบแทนทางสังคมที่จับต้องได้ จากการลงทุนเพียงหนึ่งชั่วโมงต่อคน
องค์กรเข้าใจสมองเสื่อม (Dementia-Friendly Organisation) คืออะไร?
ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่ที่ปัจเจกบุคคล โครงการ Dementia Friends ได้รับการรับรองในนโยบายสมองเสื่อมแห่งชาติของสหราชอาณาจักร และอยู่ในแผนปฏิบัติการระดับโลกขององค์การอนามัยโลกว่าด้วยสมองเสื่อม
ห้างสรรพสินค้า ธนาคาร สถานีรถไฟ พิพิธภัณฑ์ และแม้กระทั่งสนามบินในสหราชอาณาจักร ต่างเริ่มประกาศตัวเองเป็น “องค์กรเข้าใจสมองเสื่อม” (Dementia-Friendly Organisation) โดยอบรมพนักงานทั้งบริษัทให้เป็นเพื่อนผู้ป่วย ผลที่ตามมาคือ ผู้ป่วยและครอบครัวกล้าออกจากบ้าน กล้าเดินทาง กล้าใช้ชีวิตอย่างที่เคย และนั่นคือการ “ลดการตีตรา” ที่จับต้องได้จริง
เพื่อขยายการรับรู้ในวงกว้าง นักแสดงหญิงเจ้าของรางวัลออสการ์ Carey Mulligan ได้รับเชิญเป็นทูตระดับโลกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 หลังจากที่คุณยายของเธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นอัลไซเมอร์ในปี พ.ศ. 2547 การมีบุคคลที่มีอิทธิพลในสังคมเข้าร่วมไม่ได้แค่สร้างกระแส แต่ยังช่วยให้สังคมรับรู้ว่า สมองเสื่อมเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกครอบครัว ไม่ว่าฐานะใด
บทเรียนสำหรับสังคมไทย: สร้างชุมชนเข้าใจสมองเสื่อมในประเทศไทยอย่างไร
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอดอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ระบบสนับสนุนทางสังคมยังคงต้องพัฒนาอีกมาก คำถามคือ เราจะรอจนกระทั่งบุคลากรทางการแพทย์เพียงพอ หรือเราจะเริ่ม “ลงทุนในใจของคนรอบตัวผู้ป่วย” ตั้งแต่วันนี้
โอกาสของไทยอยู่ในกลุ่มอาชีพที่สัมผัสคนสูงวัยทุกวัน อาทิเช่น วินมอเตอร์ไซค์ที่รับส่งผู้สูงอายุไปโรงพยาบาล พนักงานร้านสะดวกซื้อที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง พนักงานเก็บเงินตลาดสด เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหน้าหมู่บ้าน พนักงานต้อนรับโรงพยาบาล พนักงานธนาคารสาขาชุมชน พนักงานไปรษณีย์ และผู้ส่งของผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ คนเหล่านี้คือ “พลังเงียบ” ที่ถ้าได้รับการอบรมเพียงสั้นๆ จะสามารถเปลี่ยนประสบการณ์การใช้ชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัวไปอย่างสิ้นเชิง
การเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องใหญ่ ความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข ภาคเอกชน องค์กรการกุศล สถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคม สามารถเริ่มจาก “หนึ่งห้าง หนึ่งชุมชน หนึ่งอำเภอ” ก่อนขยายไปสู่ระดับชาติ บทเรียนของสหราชอาณาจักรย้ำเตือนว่า การเปลี่ยนสังคมไม่ได้ต้องใช้งบประมาณมหาศาล หากใช้การออกแบบที่เรียบง่าย สื่อสารง่าย และเปิดให้ทุกคนเข้าร่วมได้
บทสรุป: ทำไมคำว่า “เพื่อน” ของผู้ป่วยสมองเสื่อม จึงสำคัญกว่าที่คิด
คำว่า “เพื่อน” ในชื่อโครงการนี้สำคัญกว่าที่ตาเห็น เพราะเพื่อนไม่ใช่ผู้ดูแล ไม่ใช่หมอ ไม่ใช่พยาบาล เพื่อนคือคนที่ “อยู่ตรงนั้น” ในจังหวะสำคัญของชีวิต และในขณะที่ผู้ป่วยอาจลืมเหตุการณ์ในวันนั้นไป มีคำพูดหนึ่งที่อาสาสมัครของ Dementia Friends นิยมยกขึ้นมาเตือนใจคือ “ผู้ป่วยสมองเสื่อมอาจไม่จดจำการกระทำของคุณ แต่จะจดจำความรู้สึกที่คุณทำให้เกิดขึ้นได้เสมอ”
นี่คือเหตุผลที่เข็มกลัดเล็กๆ รูปดอกไม้สีฟ้า กลายเป็นมากกว่าโลหะหนึ่งชิ้น มันคือคำสัญญาที่สังคมส่งให้แก่กันว่า “เราจะไม่ปล่อยให้ใครเดินทางคนเดียว” และคำสัญญานั้น เริ่มต้นได้ที่ตัวเรา ในชั่วโมงแรกของการอบรม
#DementiaFriends #เพื่อนผู้ป่วยสมองเสื่อม #สังคมเข้าใจสมองเสื่อม #สาระสมอง #MemologyTH #BrainHealth #ลดการตีตรา
แหล่งอ้างอิง
1. Alzheimer’s Society. (n.d.). About Dementia Friends. สืบค้นจาก https://www.dementiafriends.org.uk/about-dementia-friends
2. Alzheimer’s Society. (n.d.). Dementia Friends. สืบค้นจาก https://www.dementiafriends.org.uk
3. Alzheimer’s Disease International. (n.d.). Dementia friendly communities. สืบค้นจาก https://www.alzint.org/what-we-do/policy/dementia-friendly-communities/
4. UK Government. (12 February 2013). Alzheimer’s Society launches Dementia Friends information sessions. สืบค้นจาก https://www.gov.uk/government/news/alzheimer-s-society-launches-dementia-friends-information-sessions
5. UK Government. (8 November 2012). One million ‘Dementia Friends’ will help make life better for people with dementia. สืบค้นจาก https://www.gov.uk/government/news/one-million-dementia-friends-will-help-make-life-better-for-people-with-dementia
6. Alzheimer’s Society. (n.d.). What do the different badges for dementia mean? สืบค้นจาก https://www.alzheimers.org.uk/blog/what-different-forget-me-not-badges-for-dementia
