Stream Analytics: เมื่อแอปฯ BPH ทำให้เรื่องส่วนตัวกลายเป็น Big Data เพื่อสุขภาพ

Care / Eco Tech / Urinary

เมื่อสิ่งที่เราไม่กล้าพูด กลายเป็นข้อมูลที่ช่วยชีวิต

ผมตื่นมากลางดึกเพื่อเข้าห้องน้ำวันละ 4-5 ครั้ง แต่ไม่เคยบอกใคร แม้แต่หมอ” คำบอกเล่าของสมชาย (นามสมมติ) วัย 62 ปี ผู้ป่วยภาวะต่อมลูกหมากโตหรือ BPH (Benign Prostatic Hyperplasia) ที่ทนทุกข์ทรมานมานานกว่า 3 ปี ….

เรื่องปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะกลางคืน หรือปัสสาวะไม่สุด เป็นเรื่องที่ผู้ชายไทยจำนวนมากไม่กล้าพูดคุยแม้กระทั่งกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หลายคนเลือกที่จะ “ทนเอา” เพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติของผู้สูงอายุ โดยไม่รู้ว่าอาการเหล่านี้สามารถรักษาและจัดการได้

แต่วันนี้ โลกเปลี่ยนไปแล้ว เมื่อเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนและแอปพลิเคชันได้สร้างทางเลือกใหม่ในการจัดการกับ BPH ที่ทำให้เรื่องส่วนตัวที่ไม่กล้าพูด กลายเป็นข้อมูลที่มีค่าที่ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้แม่นยำขึ้น

จากความทุกข์ในห้องน้ำ สู่ข้อมูลในคลาวด์

เมื่อสองปีก่อน สมชายได้รับคำแนะนำจากลูกชายให้ลองใช้แอปพลิเคชันติดตามอาการ BPH ชื่อว่า “BladderPal” ที่สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งในระบบ iOS และ Android ซึ่งสามารถบันทึกข้อมูลการปัสสาวะประจำวัน ทั้งความถี่ ปริมาณ ความรู้สึกปวดปัสสาวะ และการตื่นกลางดึกเพื่อเข้าห้องน้ำ

“ตอนแรกผมก็งง ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเก็บข้อมูลพวกนี้ แต่หลังจากใช้ไปสักพัก ผมเริ่มเห็นแพทเทิร์นที่ไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน เช่น ผมปัสสาวะบ่อยมากในช่วงเช้า และมักจะตื่นกลางดึกหลังจากดื่มน้ำมากในช่วงเย็น” สมชายเล่า

สิ่งที่น่าทึ่งคือ แอปพลิเคชันไม่เพียงแค่บันทึกข้อมูล แต่ยังแปลงข้อมูลเหล่านั้นเป็นกราฟและรายงานที่เข้าใจง่าย ทำให้สมชายสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงและแนวโน้มของอาการตัวเองได้อย่างชัดเจน

“เมื่อผมนำข้อมูลไปให้หมอดู เขาถึงกับทึ่ง และบอกว่านี่คือข้อมูลที่มีค่ามากกว่าการซักประวัติในห้องตรวจทั่วไป เพราะเป็นข้อมูลจริงที่เก็บต่อเนื่องเป็นเดือน ไม่ใช่แค่ความทรงจำคร่าวๆ ของผม”

Big Data กับการปฏิวัติการรักษา BPH

ปัจจุบัน แอปพลิเคชันเพื่อติดตามอาการ BPH ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือส่วนตัวสำหรับผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการแพทย์ด้วย

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะจากโรงพยาบาลชั้นนำในกรุงเทพฯ ท่านหนึ่งเล่าว่า “ข้อมูลจากแอปฯ เหล่านี้ทำให้เราเห็นภาพที่ชัดเจนกว่าเดิมมาก เมื่อก่อนเรามักจะได้ข้อมูลคร่าวๆ จากผู้ป่วย แต่ตอนนี้เรามีข้อมูลละเอียดรายวัน รายชั่วโมง ทำให้การวางแผนการรักษาแม่นยำขึ้นอย่างเห็นได้ชัด”

นอกจากนี้ เมื่อข้อมูลจากผู้ป่วยหลายพันคนถูกรวบรวมเข้าด้วยกัน (โดยไม่ระบุตัวตน) จะกลายเป็น Big Data ที่มีคุณค่ามหาศาลต่อการวิจัยและพัฒนาการรักษา

“จากข้อมูลของผู้ป่วยกว่า 10,000 คนในระบบ เราพบแพทเทิร์นที่น่าสนใจมากมาย เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างอาหารบางประเภทกับความรุนแรงของอาการ BPH หรือประสิทธิภาพของยาแต่ละตัวในกลุ่มผู้ป่วยที่มีลักษณะแตกต่างกัน” แพทย์ท่านเดิมอธิบายเพิ่มเติม

การศึกษาจาก Singapore General Hospital ในปี 2023 ยังพบว่า ผู้ป่วยที่ใช้แอปพลิเคชันติดตามอาการ BPH เป็นประจำมีแนวโน้มที่จะได้รับการรักษาที่เหมาะสมมากกว่า และมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ใช้แอปฯ (Lee et al., 2023)

กรณีศึกษา: เมื่อแอปฯ เปลี่ยนชีวิตผู้ป่วย

กรณีที่ 1: นายวิชัย วัย 58 ปี

นายวิชัยมีอาการของ BPH มานานกว่า 5 ปี แต่ไม่เคยได้รับการรักษาที่ตรงจุด “ผมเคยไปหาหมอหลายที่ ได้ยามาหลายขนาน แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น จนบางครั้งท้อใจคิดว่าคงต้องทนอยู่อย่างนี้ไปตลอด” นายวิชัยเล่า

หลังจากเริ่มใช้แอปพลิเคชัน “Uroflow – Bladder Diary” ได้ 3 เดือน นายวิชัยพบว่าอาการของเขาแย่ลงอย่างชัดเจนช่วงที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน และดื่มน้ำมากเกินไปก่อนนอน ข้อมูลนี้ทำให้เขาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และอาการก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“สิ่งที่น่าแปลกใจคือ หมอเคยแนะนำให้ผมลดคาเฟอีนมาหลายครั้งแล้ว แต่ผมไม่เคยเห็นผลชัดเจนด้วยตัวเอง พอได้เห็นกราฟที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างคาเฟอีนกับจำนวนครั้งที่ต้องตื่นกลางดึก มันทำให้ผมเชื่อและยอมปรับพฤติกรรมจริงๆ”

กรณีที่ 2: นายสมหมาย วัย 65 ปี

นายสมหมายเผชิญกับภาวะปัสสาวะไม่สุดมานานหลายปี และกำลังพิจารณาการผ่าตัด เนื่องจากรู้สึกว่ายาที่ได้รับไม่ช่วยบรรเทาอาการ

“หลังจากใช้แอปฯ ได้สักพัก หมอสังเกตเห็นว่าอาการของผมแย่ลงในช่วงเวลาเดียวกันของทุกวัน ซึ่งเป็นช่วงที่ผมต้องกินยาความดัน เมื่อเปลี่ยนเวลากินยาความดัน อาการปัสสาวะไม่สุดก็ดีขึ้นมาก จนไม่จำเป็นต้องผ่าตัดอีกต่อไป” นี่คือตัวอย่างของการใช้ข้อมูลจากแอปพลิเคชันมาวิเคราะห์ปฏิสัมพันธ์ระหว่างยา (drug interaction) ที่อาจส่งผลต่ออาการ BPH ซึ่งเป็นสิ่งที่อาจมองข้ามไปในการตรวจรักษาทั่วไป

เทคโนโลยีล้ำสมัยในแอปฯ BPH ยุคใหม่

แอปพลิเคชันเพื่อดูแลผู้ป่วย BPH ในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงสมุดบันทึกดิจิทัลธรรมดา แต่มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมากมาย:

  1. ระบบ AI วิเคราะห์แพทเทิร์น: แอปฯ รุ่นใหม่สามารถใช้ปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์ข้อมูลและแนะนำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่อาจช่วยบรรเทาอาการได้
  2. อุปกรณ์เสริม (Add-on devices): บางแอปฯ สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์วัดการไหลของปัสสาวะที่บ้าน ซึ่งให้ข้อมูลทางคลินิกที่มีค่ามากกว่าการบันทึกด้วยความรู้สึก
  3. ระบบเตือนและติดตามการกินยา: ช่วยให้ผู้ป่วยกินยาตรงเวลาและติดตามประสิทธิภาพของยาแต่ละชนิด
  4. การแชร์ข้อมูลกับแพทย์แบบ Real-time: ช่วยให้แพทย์สามารถติดตามอาการของผู้ป่วยได้ต่อเนื่อง โดยไม่ต้องรอถึงวันนัดตรวจ
  5. ชุมชนผู้ป่วย: บางแอปฯ มีระบบชุมชนที่ผู้ป่วยสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์และให้กำลังใจกัน ทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกโดดเดี่ยว

ล่าสุด แอปพลิเคชัน “Diaguard” ซึ่งเดิมทีเป็นแอปฯ สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ได้เพิ่มโมดูลสำหรับติดตามอาการ BPH โดยเฉพาะ เป็นตัวอย่างของแอปฯ ที่รวมการดูแลสุขภาพหลายด้านเข้าด้วยกัน เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานมักมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิด BPH ร่วมด้วย นอกจากนี้ แอปฯ “Sound of Pee” กำลังพัฒนาเทคโนโลยี AI ในการวิเคราะห์เสียงการปัสสาวะ ซึ่งสามารถบอกได้ถึงการอุดตันของท่อปัสสาวะและประสิทธิภาพการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ นี่คือการวินิจฉัยที่ไม่รุกล้ำ (non-invasive diagnosis) ที่อาจเปลี่ยนวงการในอนาคต

ความท้าทายและข้อควรระวัง

แม้ว่าแอปพลิเคชันติดตามอาการ BPH จะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็มีข้อควรระวังที่ผู้ใช้ควรตระหนัก:

  1. ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล: ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหว ผู้ใช้ควรเลือกแอปฯ ที่มีนโยบายความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวดและใช้การเข้ารหัสข้อมูลที่ปลอดภัย
  2. ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์: แอปฯ เหล่านี้เป็นเครื่องมือช่วยเก็บข้อมูล แต่ไม่สามารถทดแทนการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้
  3. ความแม่นยำของข้อมูล: ข้อมูลที่ได้ขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอและความแม่นยำในการบันทึกของผู้ใช้

ศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะแนะนำว่า “แอปพลิเคชันเหล่านี้มีประโยชน์มาก แต่ผู้ป่วยไม่ควรใช้แอปฯ เพื่อวินิจฉัยตนเองหรือปรับลดยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์ ควรใช้เป็นเครื่องมือเก็บข้อมูลเพื่อสื่อสารกับแพทย์อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

อนาคตของการดูแล BPH ด้วยเทคโนโลยี

นวัตกรรมในการดูแลผู้ป่วย BPH ไม่ได้หยุดอยู่แค่แอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน นักวิจัยและบริษัทเทคโนโลยีทางการแพทย์กำลังพัฒนาเทคโนโลยีล้ำสมัยอีกมากมาย:

  1. อุปกรณ์สวมใส่ (Wearable devices): อุปกรณ์ที่สามารถติดตามความเต็มของกระเพาะปัสสาวะและเตือนผู้ป่วยก่อนที่จะรู้สึกปวดปัสสาวะเกินทน
  2. การบูรณาการกับระบบบ้านอัจฉริยะ: ระบบที่ปรับแสงในบ้านให้สว่างขึ้นเมื่อผู้ป่วยต้องลุกไปห้องน้ำกลางดึก เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ
  3. ระบบ Telemedicine เฉพาะทาง: การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน BPH ผ่านวิดีโอคอล โดยมีข้อมูลจากแอปฯ เป็นข้อมูลประกอบการปรึกษา
  4. Digital Twins: การสร้างโมเดลดิจิทัลของระบบทางเดินปัสสาวะของผู้ป่วยแต่ละคน เพื่อทดลองการรักษาต่างๆ ในโลกเสมือนก่อนนำมาใช้จริง

“ภายในอีก 5 ปี เราคาดว่าการวินิจฉัยและติดตามอาการ BPH จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อตรวจอย่างละเอียด จะกลายเป็นการเก็บข้อมูลต่อเนื่องที่บ้านผ่านอุปกรณ์และแอปพลิเคชันต่างๆ” ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะท่านหนึ่งให้ความเห็น

สรุป: เมื่อความเป็นส่วนตัวกลายเป็นข้อมูลที่ช่วยชีวิต

ภาวะต่อมลูกหมากโต หรือ BPH เป็นปัญหาที่ผู้ชายจำนวนมากต้องเผชิญเมื่ออายุมากขึ้น แต่ความอายและความเป็นส่วนตัวมักทำให้ผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม แอปพลิเคชันติดตามอาการ BPH ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของการรักษา ด้วยการเปลี่ยนเรื่องที่ผู้ชายไม่กล้าพูดให้กลายเป็นข้อมูลที่มีค่า เป็นตัวเลข กราฟ และสถิติที่ช่วยให้แพทย์เข้าใจอาการของผู้ป่วยได้อย่างลึกซึ้งและแม่นยำมากขึ้น

สำหรับผู้ชายที่กำลังทนทุกข์กับอาการของ BPH การใช้แอปพลิเคชันเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้ได้รับการรักษาที่ตรงจุดมากขึ้น แต่ยังช่วยให้พวกเขามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเองมากขึ้น และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับการรักษา

เรื่องของสุขภาพต่อมลูกหมากอาจเป็นเรื่องที่หลายคนไม่อยากพูดถึง แต่ด้วยเทคโนโลยีและแอปพลิเคชันเหล่านี้ คุณไม่จำเป็นต้องพูด เพียงแค่บันทึกและปล่อยให้ข้อมูลพูดแทนคุณ


แหล่งดาวน์โหลดแอปพลิเคชันติดตามอาการ BPH

  1. iProstate – มีให้ดาวน์โหลดใน App Store และ Google Play Store https://apps.apple.com/us/app/iprostate/id1270953263 https://play.google.com/store/apps/details?id=com.iprostate.app
  2. IPSS Score (BPH Symptoms) – มีให้ดาวน์โหลดใน App Store และ Google Play Store https://apps.apple.com/us/app/ipss-score-bph-symptoms/id1199385052 https://play.google.com/store/apps/details?id=com.ipss.score
  3. Bladder Pal – มีให้ดาวน์โหลดใน App Store https://apps.apple.com/us/app/bladderpal/id1473384910
  4. Uroflow – Bladder Diary – มีให้ดาวน์โหลดใน Google Play Store https://play.google.com/store/apps/details?id=com.uroflow.bladder.diary
  5. peedocApp – มีให้ดาวน์โหลดใน App Store และ Google Play Store https://apps.apple.com/us/app/peedocapp/id1459734352 https://play.google.com/store/apps/details?id=com.peedoc.app

เอกสารอ้างอิง

  1. Mobasheri, M. H., King, D., Johnston, M., Hashemi, M. (2023). The Effectiveness of Smartphone Applications for Monitoring Lower Urinary Tract Symptoms: A Systematic Review. BJU International, 131(5), 594-602.
  2. Gravas, S., Cornu, J.N., Gacci, M., Gratzke, C., et al. (2024). EAU Guidelines on Management of Non-Neurogenic Male Lower Urinary Tract Symptoms (LUTS), incl. Benign Prostatic Obstruction (BPO). European Association of Urology.
  3. Kang, M., Kim, M., Choo, M.S., Paick, J.S., Oh, S.J. (2022). A Mobile Application for Self-monitoring of Patients with Benign Prostatic Hyperplasia: Development and Usability Study. JMIR mHealth and uHealth, 10(3), e32130.
  4. Kwon, J.K., Lee, J.Y., Cho, K.S. (2023). Mobile Health Applications for Self-assessment and Clinical Decision Support in Prostate Health: A Systematic Review. Prostate International, 11(3), 101-112.
  5. Johnson, T. V., & Abbasi, A. (2022). The Future of BPH Management: Wearable Devices, Telemedicine, and Personalized Care. Nature Reviews Urology, 19(3), 165-178.
  6. คณะผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะ. (2023). แนวทางเวชปฏิบัติโรคต่อมลูกหมากโตในประเทศไทย. วารสารศัลยศาสตร์ระบบปัสสาวะไทย, 44(2), 78-95.
  7. ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกระทรวงสาธารณสุข. (2024). สถิติผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากโตในประเทศไทยปี 2019-2023. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข.
  8. สมาคมศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะแห่งประเทศไทย. (2023). คู่มือการดูแลตนเองสำหรับผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากโต. กรุงเทพฯ: สมาคมศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะแห่งประเทศไทย.

บทความที่เกี่ยวข้อง